• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง เรื่อง อัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกัยภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒  
 
   
  เรื่อง อัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกัยภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : เรื่อง อัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกัยภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา :

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติประกันภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๓(๑) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ ๘/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
     ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
     ข้อ ๒ ในประกาศนี้
             “เงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัย” หมายความว่า เงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท ตามมาตรา ๒๓(๑) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ สำหรับการประกันภัยทุกประเภท ยกเว้นการประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางที่มีระยะเวลาและความคุ้มครองน้อยกว่าหนึ่งเดือน และการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
             “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
             “องค์กรระหว่าประเทศ” หมายความว่า
                         (๑) World Bank
                         (๒) Asian Development Bank (ADB)
                         (๓) International Finance corporation (IFC)
                         (๔) องค์กร หรือนิติบุคคลระหว่างประเทศอื่นตามรายชื่อที่นายทะเบียน
ประกาศกำหนด ตามประกาศว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย
              “หุ้นกู้” หมายความรวมถึง หุ้นกู้แปลงสภาพแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้ที่กำหนดสิทธิ
ของผู้ถือให้ด้อยกว่าเจ้าหน้าสามัญทั่วไป
             “หน่วยลงทุน” หมายความว่า หน่วยลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
     ข้อ ๓ ภายใต้บังคับวรรคสอง บริษัทต้องวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียนเป็นมูลค่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยตามมาตรา ๒๓ (๑) ที่ปรากฏในงบการเงินรายไตรมาสของไตรมาสที่ ๑ และไตรมาสที่ ๓ ของทุกปี เว้นแต่ในกรณีที่บริษัท
ยังไม่ได้จัดทำงบการเงินรายไตรมาส ให้บริษัทใช้รายงานประจำเดือนสำหรับเดือนที่สาม และเดือนที่เก้า ตามลำดับแทนไปพลางก่อน
     การวางเงินสำร้องสำหรับเบี้ยประกันภัยสำหรับปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ ที่วางไว้กับนายทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
                         (๑) ภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ให้บริษัทวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยเป็นจำนวนร้อยละสิบห้าของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ปรากฏในรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและกิจการของบริษัท ประจำเดือน กันยายน ปี ๒๕๕๒
                         (๒) ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ให้บริษัทวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยเป็นจำนวนร้อยละยี่สิบของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัย
                         (๓) ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นต้นไป ให้บริษัทวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยเป็นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัย
     ข้อ ๔  ทรัพย์สินที่จะนำมาวางเป็นเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียนต้องเป็นเงินสด หรือพันธบัตรรัฐบาลไทยที่จำหน่ายในราชอาณาจักร หรือเป็นทรัพย์สินบางประเภทที่บริษัทลงทุนในประเทศไทย ตามประกาศว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ดังต่อไปนี้
                         (๑) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ ที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวน พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตั๋วเงินคลังของกระทรวงการคลัง
                         (๒) บัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน หรือสมุดคู่ฝากประเภทฝากประจำที่มีระยะเวลาฝากเงินตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปซึ่งธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและประกอบกิจการภายในราชอาณาจักร หรือธนาคารในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าออกให้กับบริษัท เพื่อเป็นหลักฐานในการฝากเงินของบริษัท
                         (๓) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย
                         (๔) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าซึ่งออก หรือค้ำประกันโดยองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ออกและเสนอขายในประเทศไทย
                         (๕) พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ออกและเสนอขายในประเทศไทย
                         (๖) หุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่า
                         (๗) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่รัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ หรือบริษัทจำกัดเป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก โดยธนาคารหรือบริษัทจำกัดนั้นต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่า
                         (๘) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก และมีรัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ บริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทจำกัดเป็นผู้รับรอง หรืออาวัลการใช้เงินทั้งจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ย โดยธนาคาร บริษัทประกันชีวิต หรือ บริษัทจำกัดนั้นต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่า
                         (๙) หุ้นที่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม SET ๕๐ Index หรือหน่วยลงทุน ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตาม (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)ต้องการะทำโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
     ข้อ ๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย และทรัพย์สินตาม ข้อ ๔ ให้วางได้ตามราคาประเมินของแต่ละประเภท ตามประกาศว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย
     ข้อ ๖ ภายใต้บังคับข้อ ๕ ทรัพย์สินตามข้อ ๔ ให้วางได้ในอัตราดังนี้
                         (๑) เงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทยและทรัพย์สินตามข้อ ๔(๑) และข้อ ๔(๒)ให้วางได้ไม่จำกัดจำนวน
                         (๒) ทรัพย์สินตามข้อ ๔(๓) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
                         (๓) ทรัพย์สินตามข้อ ๔(๔) และข้อ ๔(๕) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
                         (๔) ทรัพย์สินตามข้อ ๔(๖) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
                         (๕) ทรัพย์สินตามข้อ ๔(๗) และข้อ ๔(๘) ให้วางได้รวมกันไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
                         (๖) ทรัพย์สินตามข้อ ๔(๙) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
     ข้อ ๗ ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจพบว่ามูลค่าของทรัพย์สินที่วางไว้กับนายทะเบียนลดต่ำลง ให้นายทะเบียนแจ้งให้บริษัทนำทรัพย์สินมาวางเพิ่มจนครบจำนวนที่กำหนดภายในสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
    ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจพบว่ามูลค่าของทรัพย์สินที่วางไว้กับนายทะเบียนเพิ่มขึ้นให้นายทะเบียนคืนทรัพย์สินส่วนที่เกินให้แก่บริษัท เมื่อบริษัทร้องขอ
     ข้อ ๘ ในกรณีที่หุ้นหรือหน่วยลงทุนตามข้อ ๔(๙) ที่บริษัทนำมาวางเป็นเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียนอยู่ระหว่างการห้ามซื้อหรือขายเป็นการชั่วคราว(Suspension) เป็นระยะเวลาเกินกว่าสองเดือน หรือไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลาเกินกว่าหกเดือน ให้ถือว่าหุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นไม่สามารถวางเป็นเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียนได้ต่อไป และให้นำความในข้อ ๗ วรรคแรกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
     ข้อ ๙ ทรัพย์สินที่บริษัทนำมาวางเป็นเงินสำรองตามประกาศนี้ต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มา หรือมีอยู่โดยไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกหรือกำหนดตามความในกฎหมายดังกล่าว และต้องปราศจากภาระผูกพัน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  ว่าด้วยการจัดสรรสินทรัพย์ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยและการฝากสินทรัพย์ไว้กับสถาบันการเงิน
     ข้อ ๑๐ บริษัทต้องนำทรัพย์สินตามข้อ ๔ มาวางไว้กับนายทะเบียนให้ถูกต้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาที่บริษัทต้องส่งรายงานเกี่ยวกับงบการเงินรายไตรมาสตามข้อ ๓ วรรคแรกของไตรมาสที่ ๑ และไตรมาสที่ ๓ ของทุกปี ตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑
     ข้อ ๑๑ การวางเงินสำร้องสำหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียนตามประกาศนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ธ.ค. ๒๕๕๒

(นายสถิตย์  ลิ่มพงศ์พันธ์)
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒
วันที่มีผลบังคับ : ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒
ผู้ลงนาม : นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :

มาตรา ๘๘, มาตรา ๑๑๑, มาตรา ๑๑๑/๑

หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  20
หมายเหตุ :

 

 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๒๔      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :