• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔  
 
   
  ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา :

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ และครั้งที่ ๔/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุริกจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัีย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔"

          ข้อ ๒ ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

          ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๙) ของข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการกำกัและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์็สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

          "(๙) เงินให้กู้ยืม ให้วัดมูลค่าด้วยวิธีราคาทุนตัดจำหน่ายโดยใช้วิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หักค่าเผื่อการด้อยค่า

          สำหรับดอกเบี้ยค้างรับจากการให้กู้ยืมนี้ ให้ประเมินราคาตามวิธีการที่กำหนดในมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป หักค่าเผื่อการด้อยค่า

          ค่าเผื่อการด้อยค่า ให้พิจารณาตามวิธีการดังต่อไปนี้

               (ก) รายการหรือกลุ่มของรายการเงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยค้างรับ จะมีการด้อยค่าและเกิดขาดทุนจากการด้อยค่า เมื่อมีหลักฐานว่ามีการลดลงในประมาณการกระแสเงินสดในอนาคตของรายการหรือกลุ่มของรายการดังกล่าว ซึ่งสามารถประมาณการได้อย่างน่าเชื่อถือ

               (ข) หากเป็นรายการที่มียัยสำคัญ ให้พิจารณาการด้อยค่าของแต่ละรายการ หากเป็นรายการที่ไม่มีนัยสำคัญอาจพิจารณาการด้อยค่าของแต่ละรายการหรือเป็นกลุ่มก็ได้

               (ค) หากบริษัทพิจารณารายการทั้งที่มีนัยสำคัญและไม่มีนัยสำคัญแต่ละรายการแล้วเห็นว่าไม่มีการลดลงในประมาณการกระแสเงินสดในอนาคต ให้ประเมินการด้อยค่าของสินทรัพย์เป็นรายกลุ่มโดยรวมรายการที่มีลักษณะความเสี่ยงด้านเครดิตที่เหมือนกันเพื่อนำมาประเมินการด้อยค่าโดยรวมอีกครั้ง

               (ง) ดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งถูกประเมินด้อยค่าเป็นแต่ละรายการและรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าแล้ว รายการนั้นจะไม่ถูกรวมอยู่ในการประเมินการด้อยค่าเป็นกลุ่ม หรืือ

               (จ) ภายหลังจาการพิจารณาการด้อยค่าตามวิธีการใน (ก) (ข) (ค) และ (ง) แล้ว ต้องมีมูลค่าไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้

                    ๑) เงินให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน

                         ก) ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามข้อกำหนดในสัญยากู้ยืมเป็นระยะเวลาตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ให้ประเมินมูลค่าเงินให้กู้ยืมคงค้างรวมดอกเบี้ยค้างรับทั้งหมดหลังหักค่าเผื่อการด้อยค่าได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน

                         ข) ในกรณีที่ได้มีการทำข้อตกลงประนอมหนี้ และลูกหนี้ได้ชำระเงินครบถ้วนตามข้อตกลงประนอมหนี้ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหกงวด หรือรวมเป็นเงินไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระตามข้อตกลงประนอมหนี้ให้พิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าตามวิธีการใน (ก) (ข) (ค) และ (ง) หากลูกหนี้ไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามข้อตกลงประนอมหนี้เป็นระยะเวลาตั้งแต่สองเดือนขึ้นไปนับแต่วันถึงกำหนดชำระให้วัดมูลค่าเงินให้กู้ยืมรวมดอกเบี้ยค้างชำระตาม ๑) ก)

                         ค) ราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกันตามข้อ ๑) ก) และ ๑) ข) ให้ประเมินด้วยมูลค่ายุติธรรมโดยบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินที่ทำการประเมินไว้ไม่เกินสามสิบหกเดือน และบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินดังกล่าวต้องไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทในลักษณะเดียวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการของบริษัทตามประกาศว่าด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการของบริษัท หากไม่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งให้ถือว่าไม่มีราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน

                         ในกรณีที่ำไม่มีราคามูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกันที่ประเมินไว้ภายในสามสิบหกเดือนตาม ค) ณ วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ บริษัีทอาจใช้ราคามูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่ประเมินไว้เกินสามสิบหกเดือนได้ โดยให้ใช้ราคาที่ได้จากการประเมินราคาครั้งสุดท้าย

                    ๒) เงินให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน

                         ก) ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามข้อกำหนดในสัญญากู้ยืมเป็นระยะเวลาตั้งแต่สามเดือนแต่ไม่เกินสิบสองเดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำีระให้ประเมินมูลค่าเงินให้กู้ยืมค้างรวมดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมดหลังหักค่าเผื่อการด้อยค่าได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคายุติธรรม ณ วันที่ทำการประเมินราคา ทั้งนี้ ราคายุติธรรมดังกล่าวให้ปฏิบัติตามประกาศคระกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒

                         ข) ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามข้อกำหนดในสัญญากู้ยืมเป็นระยะเวลาเกินสิบสองเดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ห้ามมิให้ประเมินมูลค่าเงินกู้ยืมรวมดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด"

          ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒๘/๑) ของข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่องการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๒

          "(๒๘/๑) สิทธิเรียกร้องค่าเบี้ยประกันภันที่บริษัทได้รับโอนจากผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันภัยไว้กับบริษัีทที่ล้มละลาย หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ให้ประเมินราคาตามจำนวนเบี้ยประกันภัยที่บริษัทในฐานะผู้รับโอนมีสิทธิได้รับจากผู้ชำระบัญชี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือกองทุนประกันวินาศภัย แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อผู้เอาประกันภัยแต่ละราย"

                           ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔

                   

                                           (นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม)

                                          ปลัดกระทรวงการคลัง

          ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

หมายเหตุ :- เหตุผลที่ออกประกาศนี้เนื่องจาก เพื่อให้บริษัทได้ประเมินราคาเงินให้กู้ยืมตามมูลค่ายุติธรรม ซึ่งทำให้งบการเงินบริษัทถุกสะท้อนมูลค่าที่เป็นจริง และเพื่อให้เวลาแก่บริษัทในการว่าจ้างและประเมินราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่ เป็นหลักประกันการกู้ยืม ที่เคยประเมินราคามาเป็นเวลานานเกินกว่าสามสิบหกเดือน มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทได้ ประกอบกับเพื่อเป็นการรองรับมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัย จึงจำเป็นต้องออกประกาศนี้

 

                                                                                                           ไกรเทพ      ร่าง/พิมพ์

                                                                                                                               /ทาน

       

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔
วันที่มีผลบังคับ : ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔
ผู้ลงนาม : นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :  
หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  20
หมายเหตุ :

มาตรา 88, มาตรา 108, มาตรา 111, มาตรา 111/1

 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๓๗      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :