• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒)  
 
 
  ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒)
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒)
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศกระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา :

          อาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา ๕ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑(๑๐) (ข) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศกำหนด การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) ไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
          ข้อ ๒ ในประกาศนี้
          ประกาศการลุงทุน หมายความว่า ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗
          ข้อ ๓ ให้ยกเลิกนิยามคำว่า หุ้นกู้ ในข้อ ๒ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          “หุ้นกู้ หมายความรวมถึง หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นกู้(DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด
          ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑๙)ของข้อ ๓ ประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           (๑๙) ซื้อสลากออมทรัพย์
          ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน (๒๒) ของข้อ ๓ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           (๒๒) การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
          ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน (๕) ของข้อ ๔ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           (๕) ซื้อพันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน ซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ
          ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           ข้อ ๘ การลงทุนซื้อหุ้น หุ้นกู้ ของบริษัทจำกัด หรือหน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการกองทุนรายใดรายหนึ่ง ตามข้อ ๓(๘) การให้กู้ยืมตามข้อ ๓ (๑๓) ถึง (๑๘) การให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง ตามข้อ ๓(๒๐) และการให้เช่าซื้อรถตามข้อ ๓(๒๑) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วแก่บุคคลนั้นได้ ไม่เกินร้อยละ ห้าของสินทรัพย์ของบริษัท เว้นแต่
           (๑) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย ตามข้อ ๑๘(๑.๑) ถึง (๑.๓) หรือการซื้อหุ้นของบริษัทจำกัดที่ประกอบกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ประกันชีวิต หรือธุรกิจประกันวินาศภัย โดยส่วนรวม ตามข้อ ๑๘(๒.๑) หรือการซื้อหุ้นของบริษัทจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต เฉาพะการประกันภัยต่อ ตามข้อ ๑๘(๒.๒) หรือการซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ที่นำรายได้ทั้งจำนวนไปใช้ในโครงการของราชการตามข้อ ๑๘(๓.๑)
           (๒) การซื้อหน่วยลงทุนตามข้อ ๑๘(๔.๑)
           (๓) การซื้อหุ้น หุ้นกู้ของบริษัทจำกัด หรือหน่วยลงทุน โดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามส่วนที่ ๑๘
          ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           ข้อ ๑๐ การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามประกาศนี้ บริษัทต้องจัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ออกระเบียบวิธี ปฏิบัติ หรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลง
          ระเบียบวิธีปฏิบัติดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และในกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติตามวรรค หนึ่ง ให้บริษัทดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
          นอกจากการจัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติแล้ว ให้บริษัทจัดให้มีระบบการตรวจสอบและควบคุมภายในของบริษัทในการลงทุนประกอบ ธุรกิจอื่นของบริษัท และในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันควบคุมภายในของบริษัทในการลงทุนประกอบธุรกิจอื่น ของบริษัทในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และในกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงระบบการตรวจสอบและควบคุม ภายในขิงบริษัท ให้บริษัทดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ นายทะเบียนกำหนด
          เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล นายทะเบียนมีอำนาจกำหนดให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจากนาย ทะเบียนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศ กำหนด เป็นผู้ประเมินระบบการควบคุมภายใน และระเบียบวิธีปฏิบัติในด้านการลงทุน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและให้ส่งรายงานดังกล่าวแก่นายทะเบียน ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หรือตามที่นายทะเบียนกำหนดเพิ่มเติม เว้นแต่บริษัทที่ผ่านการประเมินด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและการดำรง สินทรัพย์ให้สอดคล้องกับหนี้สิน และภาระผูกพันตามกรมธรรม์ประกันภัยจากนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด
          ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          ข้อ ๑๓ การซื้อหุ้นของบริษัทจำกัดตามข้อ ๓(๘) บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                    (๑) หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ซื้อได้โดยวิธีจับคู่คำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ (automatic order matching)
                    (๒) หุ้นที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้บริษัทซื้อได้ในราคาที่มีการเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (public offering) หรือที่มีการเสนอขายแก่นักลงทุนประเภทสถาบันเป็นการทั่วไป โดยมิได้เจาะจงสถาบันใดสถาบันหนึ่ง
                    (๓) การซื้อหุ้นนอกจาก (๑) และ (๒) ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
          ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิก (๓) ของข้อ ๑๗ แห่งประกาศการลงทุน
          ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ แห่งประกาศการลงทุนและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                    “ข้อ ๑๘ การซื้อหุ้น หุ้นกู้ของบริษัทจำกัด หรือหน่วยลงทุน ตามข้อ ๓(๘) บริษัท จะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                    (๑) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด และเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท เว้นแต่
                             (๑.๑) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขฐานะหรือการดำเนินการของบริษัทประกันชีวิตหรือ บริษัทประกันวินาศภัยนั้น โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนโดยอนุมัติรัฐมนตรี และบริษัทจะต้องจำหน่ายหุ้นส่วนที่เกินภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ซื้อ
                             (๑.๒) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันวินาศภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อกิจการโดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน โดยอนุมัติรัฐมนตรี ในการให้ความเห็นชอบ นายทะเบียนจำกำหนดเงื่อนใดๆ ไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การซื้อหุ้นส่วนที่เกินให้ใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามข้อ ๔๒
                             (๑.๓) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันวินาศภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการรวมกิจการ หรือรับโอนกิจการที่ทำให้จำนวนบริษัทประกันวินาศภัยลดลง โดยได้รับความเห็นชอบจากนาทะเบียนโดยอนุมัติรัฐมนตรี ในการให้ความเห็นชอบ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนใดๆ ไว้ด้วยก็ได้
                    (๒) การซื้อหุ้นของบริษัทจำกัด นอกจาก (๑) บริษัทจะซื้อๆได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด และเมื่อรวมกันทุกบริษัทจำกัด แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ ยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท เว้นแต่
                             (๒.๑)การซื้อหุ้นของบริษัทจำกัด ที่ประกอบกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันชีวิต หรือธุรกิจประกันวินาศภัย โดยส่วนรวม โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ในการให้ความเห็นชอบ นายทะเบียนจำกำหนดเงื่อนใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้การซื้อหุ้น ส่วนที่เกินให้ใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามข้อ ๔๒
                             (๒.๒) บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย เฉพาะการประกันภัยต่อ จะซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต เฉพาะการประกันภัยต่อ เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
          (๓) การซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                             (๓.๑) การซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นำรายได้ทั้งจำนวนไปใช้ใน โครงการของราชการองค์การ หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทจะซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวน ทั้งนี้หุ้นกู้นั้นต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) ไม่ต่ำกว่า A หรือเทียบเท่า
                             (๓.๒) การซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด นอกจาก (๓.๑) บริษัทจะซื้อได้ ไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าหุ้นกู้ที่ได้ออกจำหน่ายทั้งหมดของบริษัทจำกัด นั้น ทั้งนี้ หุ้นกู้หรือผู้ออกหุ้นกู้นั้นต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue or issuer rating) ไม่ต่ำกว่า BBB- หรือ เทียบเท่า กรณีหุ้นกู้ที่ออก โดยบริษัทจำกัด ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนดข้างต้น หุ้นกู้นั้นต้องกำหนดผู้ทรงหุ้นกู้มีสิทธิในการรับชำระหนี้ไม่ด้อยกว่าเจ้า หนี้สามัญทั่วไป
                    การซื้อหุ้นตาม (๓.๒) นี้ และการซื้อตั๋วเงินของบริษัทจำกัด ตาทมข้อ ๑๗ เมื่อรวบกันทุกบริษัทจำกัดแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท
          (๔) การซื้อหน่วยลงทุน บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                              (๔.๑) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่กำหนดนโยบายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย ตั๋วเงินคลัง ตราสารที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวนพันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ซึ่งออกหรือค้ำประกันโดยองค์กรระหว่างประเทศ หรือออกโดยรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังให้เสนอขายในประเทศไทย เงินฝากธนาคาร รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม บริษัทจะซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวน
                              (๔.๒) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่กำหนดนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ เจ็ดสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมด ของแต่ละกองทุนรวม
                              (๔.๓) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่กำหนดนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมด ของแต่ละกองทุนรวม
                              (๔.๔) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมนอกจาก (๔.๑) (๔.๒) และ (๔.๓) บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละ สิบของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของแต่ละกองทุนรวม
                              การซื้อหน่วยลงทุนตาม (๔.๒)(๔.๓) หรือ (๔.๔) เมื่อรวมทุกบริษัทจัดการกองทุนแล้วต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของ บริษัท
                    ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๗ แห่งประกาศการลงทุนและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ส่วนที่ ๗
เงื่อนไขการซื้อสลากออกทรัพย์
                    ข้อ ๒๖ การซื้อสลากออกทรัพย์ตามข้อ ๓(๑๙) บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                              (๑) สลากออมทรัพย์ หมายความว่า สลากระดมเงินออมที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉาพะจัดตั้งขึ้น มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด และมีสิทธิได้รับเงินรางวัลเป็นงวด ๆ
                              (๒) การรับผลประโยชน์หรือเงินรางวัลจากสลากออมทรัพย์ ให้บริษัทจดแจ้งกับธนาคารผู้ออกสลากเพื่อรับผลประโยชน์ หรือเงินรางวัลในนามบริษัทเท่านั้น
                              (๓) บริษัทสามารถซื้อสลากออมทรัพย์ได้รวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละหนึ่งของสินทรัพย์
                              ข้อ ๑๔  ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๓๐ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                              (๒) บริษัทจะให้เช่าซื้อได้แต่ละรายเป็นจำนวนเงินไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาตลาดของรถนั้น
                    ข้อ ๑๕ ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๑๐ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ส่วนที่ ๑๐
เงื่อนไขการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
                    ข้อ ๓๑ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ ๓(๒๒) บริษัทจะดำเนินการได้ดังนี้
                    (๑) การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ทำการของบริษัทตรามาตรา ๓๑(๑๐)(ก) ในส่วนที่ยังมิได้ใช้สอย หรืออสังหาริมทรัพย์ ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓
                              (๑.๑)บริษัทอาจปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ได้ตามความจำเป็นแต่ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงไม่เกินแห่งละหนึ่งล้านบาท เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ทั้งนี้นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
                              (๑.๒) ระยะเวลาการให้เช่าครั้งละไม่เกินสามปี
                              (๑.๓) เมื่อบริษัทนำอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓ ออกให้เช่าแล้วต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการจำหน่ายตามที่กฎหมายกำหนด
                              (๑.๔) ต้องคิดค่าเช่าและผลประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นทางค้าปกติ
                    (๒) การจัดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓ บริษัทสามารถดำเนินการเท่าที่จำเป็นเพื่อการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์นั้น ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยจำนวนเงินที่ใช้ในการดำเนินการต้องไม่เกิน แห่งละหนึ่งล้านบาท
                    (๓) อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓ บริษัทสามารถที่จะขออนุญาตมีไว้เพื่อใช้สำหรับการลงทุนประกอบธุรกิจอื่น ตามมาตรา ๓๑ (๑๐) (ข) โดยจัดทำเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการจำหน่ายหรือให้เช่า โดยมีเงื่อนไขดังนี้
                              (๓.๑) โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนาย ทะเบียนและในการให้ความเห็นชอบ นายทะเบียนกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
                              (๓.๒) โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนด เว้นแต่ โครงการที่มีเงินลงทุนทั้งหมดไม่เกินร้อยละสิบของมูลค่าราคาประเมิน อสังหาริมทรัพย์นั้น ก่อนการพัฒนา ซึ่งนายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ในการอนุญาตไว้ด้วยก็ได้
                              (๓.๓) โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทยื่นขอรับความเห็นชอบต้องเป็นโครงการลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้
                              (ก) อาคารสำนักงาน
                              (ข) อาคารเพื่อการพาณิชย์
                              (ค) อาคารโรงงาน
                              (ง) อาคารเก็บสินค้า
                              (จ) อาคารที่พักอาศัย
                              (ฉ) อสังหาริมทรัพย์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด
                              (๓.๔) จำนวนเงินลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่ละโครงการต้องไม่เกินร้อยละห้า ของสินทรัพย์ของบริษัท เมื่อรวมทุกโครงการแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท
                    (๓.๕) บริษัทต้องจัดสรรกำไรสะสมไว้เป็นเงินสำรองเพื่อความเสี่ยงอันเกิดจากการลงทน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของมูลค่าการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวม ทุกโครงการ
                              (๓.๖) นายทะเบียนอาจยกเลิกการให้ความเห็นชอบโครงการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ หากปรากฏว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
                    นาย ทะเบียนอาจเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำโครงการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้บริษัทปฏิบัติตามก็ได้
                    ข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกความใน (ข) ของข้อ ๓๕(๖) แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                    “(ข) กรณีพันธบัตร หรือหุ้นกู้ให้ใช้ราคาขายครั้งหลัง
สุดรวมดอกเบี้ยค้างรับจนถึงวันที่คำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ (dirty price) ตามที่บริษัทจะต้องดำรงมูลค่าหลักทรัพย์ใน (๕) ข้างต้น ที่เผยแพร่โดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
                    ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๐ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                              “ข้อ ๔๐ การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจหรือหุ้นของบรรษัทเงินทุนที่มีวัตถุ ประสงค์เพื่อการจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ตามข้อ ๔(๓) การซื้อพันบัตร หรือหุ้นกู้ซึ่งออกหรือค้ำประกันโดยองค์กรระหว่างประเทศ ตามข้อ ๔(๔) การซื้อพันบัตรหุ้นกู้ หรือตั๋วเงินซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศหรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศตามข้อ ๔(๕) การซื้อบัตรเงินฝาก หรือหุ้นกู้ของธนาคาร หรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ที่ออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรตามข้อ ๔(๖) การซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนในต่างประเทศตามข้อ ๔(๗) บริษัทจัดซื้อได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยกันก็ได้
                    (๑) พันธบัตรหุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน ซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ตามข้อ ๔(๕) ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) ไม่ต่ำกว่า BBB หรือเทียบเท่า เว้นแต่พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงินนั้นได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ให้เสนอขายในประเทศไทย
                    (๒) บัตรเงินฝากหรือหุ้นกู้ของธนาคาร หรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ตามข้อ ๔(๖) ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) หรือธนาคาร หรือบริษัทจำกัดที่ออกบัตรเงินฝาก หรือหุ้นกู้ นั้นได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) ไม่ต่ำกว่า BBB หรือเทียบเท่า
                    ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๑ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                              “ข้อ ๔๑ ในกรณีที่บริษัทมีเงินกองทุนส่วนเกินและประสงค์จะใช้เงินกองทุนส่วนเกินดัง กล่าว ลงทุนประกอบธุรกิจตามประเภทที่กำหนดไว้ในข้อ ๓(๔) ถึง (๘) ข้อ ๓(๑๐) ถึง (๑๒) และ ข้อ ๓(๒๒) ให้บริษัทใช้เงินกองทุนส่วนเกิน จำนวนไม่เกินครึ่งหนึ่งของเงินกองทุนส่วนเกินนั้น ลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๑ ข้อ ๘(๓) ส่วนที่ ๓ ถึงส่วนที่ ๕ ส่วนที่ ๖ ข้อ ๑๙ และส่วนที่ ๑๐ ข้อ ๓๑ (๓.๔) ตามแต่กรณีได้อีก โดยเพิ่มจำนวนเงินลงทุนแต่ละราย และจำนวนรวมได้อีกหนึ่งเท่าของจำนวนเดิมตามเงื่อนไข
                  ข้อ ๑๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๒ แห่งประกาศการลงทุน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                           “ข้อ ๔๒ การลงทุนหุ้นตาทมข้อ ๔(๒) บริษัทจะซื้อได้โดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินจำนวนไม่เกินร้อยละสิบของเงินกอง ทุนส่วนเกิน โดยเมื่อรวมกับข้อ ๑๘(๑.๒) (๒.๑) และข้อ ๔๑ แล้วต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินกองทุนส่วนเกินนั้น
บทเฉพาะกาล
                  ข้อ ๒๐ การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทที่เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ที่ออกก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ แต่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้บริษัทดำเนินการต่อไปได้เพียงสิ้นภาระหรือสิ้นระยะเวลาที่ผูกพันไว้ใน สัญญา หรือข้อตกลงนั้น
 
                                                      ประกาศ ณ วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
                                                               (นายการุณ กิตติสถาพร)
                                                                 ปลัดกระทรวงพาณิชย์
                                                    ผู้ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอน ๑๑๖ ง วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)

 

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
วันที่มีผลบังคับ : ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ผู้ลงนาม : นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ : มาตรา ๘๘,มาตรา ๑๐๘
หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  21
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๒๘      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :