• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย  
 
   
  ประกาศกระทรวง เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศกระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา :

 

      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑)      ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

(๒)    ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒)  ลงวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕

(๓)    ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓)  ลงวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

(๔)      ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๔)  ลงวันที่ ๒๔  เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖

(๕)      ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๕)  ลงวันที่ ๙ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๔๗

          ข้อ ๒ ในประกาศนี้

        "หุ้น" หมายความรวมถึง ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR) หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

       "หุ้นกู้" หมายความรวมถึง หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นกู้ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หน่วยลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

        "ตั๋วเงิน" หมายความว่า ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน

        "หลักทรัพย์" หมายความว่า หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

        "อนุพันธ์" หมายความว่า อนุพันธ์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสัญญาซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้า เกษตรล่วงหน้า

          "ฐานะอนุพันธ์" หมายความว่า ภาระหรือสิทธิอันเนื่องมาจากการซื้อขายอนุพันธ์ หรือเข้าผูกพันตามอนุพันธ์

          "ภาระผูกพัน" หมายความว่า จำนวนเงินที่ต้องรับผิดตามตั๋วเงิน (ในฐานะผู้สั่งจ่าย ผู้ออก ผู้รับรอง หรือผู้อาวัลตั๋วเงินนั้น) จำนวนเงินกู้ยืม (ในฐานะผู้กู้ยืม) และจำนวนเงินค้ำประกันการกู้ยืม หรือจำนำเป็นประกันการกู้ยืม (ในฐานะผู้ค้ำประกัน หรือเป็นผู้ออกพันธบัตร หุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน ที่มีผู้นำมาจำนำเป็นประกัน)

          "ราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์" หมายความว่า ราคารประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือราคาประเมินของนิติบุคคลที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบให้เป็นผู้ประเมิน ราคาอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่นายทะเบียนประกาศกำหนด หรือราคาที่ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน

          "ให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งหมายความว่า การให้เช่าทรัพย์สินที่บริษัทจัดหามาจากผู้ผลิต หรือผู้จำหน่าย หรือทรัพย์สินซึ่งยึดได้จากผู้เช่ารายอื่นเพื่อให้ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ใน กิจการอุตสาหกรรมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการบริการอย่างอื่น เป็นทางค้าปกติ โดยผู้เช่ามีหน้าที่ต้องบำรุงรักษา และซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่า ทั้งนี้ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ผู้เช่ามีสิทธิที่จะซื้อหรือเช่าทรัพย์สินต่อไป ในราคาหรือค่าเช่าที่ได้ตกลงกัน

          "งานสนับสนุน" หมายความว่างานปฏิบัติการด้านการประกันภัย เช่นจัดตั้งการบริหารกลุ่มรับเสี่ยงภัย (pool) การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น งานบัญชีการเงิน งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน งานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance) และงานอื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

          "อันดับความน่าเชื่อถือ" หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับ ความเห็นชอบ หรือได้รับการยอมรับจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

          "องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจำกัด ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศฯกำหนด

          "บริษัทจำกัด" หมายความว่า บริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และหมายความรวมถึงบรรษัทเงินทุนและบรรษัทอื่น ๆ ที่กฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

          "บรรษัทเงินทุน" หมายความว่า บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

          "ตลาดหลักทรัพย์" หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

          "ธนาคาร" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์รวมถึงธนาคารที่มีกฎหมาย เฉพาะจัดตั้งเป็นที่ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักร

          "บริษัทจัดการกองทุน"  หมายความว่า บริษัทจัดการกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

          "องค์กรระหว่างประเทศ" หมายความว่า World Bank หรือ Asian Development Bank (ADB) หรือ International Finance Corproation (IFC)  หรือองค์กร หรือนิติบุคคลตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

          "ธนาคารต่างประเทศ" หมายความว่า  ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร

          "สินทรัพย์ของบริษัท" หมายความว่า สินทรัพย์ของบริษัทตามราคาประเมินที่มีอยู่ในวันสิ้นปีบัญชีครั้งสุดท้าย หรือในงบการเงินระหว่างกาลครั้งสุดท้าย

          "เงินกองทุนส่วนเกิน" หมายความว่า  เงินกองทุนส่วนที่เกินจากจำนวนที่บริษัทต้องดำรงไว้ตามมาตรา ๒๗ ในวันสิ้นปีบัญชีครั้งสุดท้าย หรือในงบการเงินระหว่างกาลครั้งสุดท้าย

          "งบการเงินระหว่างกาล" หมายความว่า งบการเงินตามราคาประเมินที่จัดทำขึ้นตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด สำหรับงบเวลาสิ้นสุด ณ วันใด วันหนึ่งระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีที่เสนอรายงานทางการเงินตามปกติ และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้รับรอง

          "ราคาประเมิน" หมายความว่า ราคาประเมินทรัพย์สินของบริษัทตามประกาศนายทะเบียน เรื่องการประเมินราคาทรัพย์สิน และหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย ที่ออกตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พงศ. ๒๕๓๕

หมวด ๑

ประเภทการลงทุน

ส่วนที่ ๑

ประเภทการลงทุนในราชอาณาจักร

          ข้อ  ๓ บริษัทจะลงทุนประกอบธุรกิจอื่นในราชอาณาจักรได้ ดังต่อไปนี้

               (๑) ฝาเงินไว้กับธนาคาร หรือซื้อบัตรเงินฝากของธนาคาร

               (๒) ซื้อพันธาบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตั๋วเงินคลัง

               (๓) ซื้อบัตรภาษีของกระทรวงการคลัง

               (๔) ซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ

               (๕) ซื้อหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุน

               (๖) ซื้อบัตรเงินฝากของบริษัทเงินทุน

               (๗) ซื้อตั๋วเงิน

               (๘) ซื้อหุ้น หุ้นกู้ ของบริษัทจำกัด หรือหน่วยลงทุน

               ( ๙) ให้กู้ยืมโดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

               (๑๐) ให้กู้ยืมโดยมีพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การหรืแอรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุนจำนำเป็นประกัน

               (๑๑) ให้กู้ยืมโดยมีธนาคารหรือองค์กรระหว่างประเทศค้ำประกัน

               (๑๒) ให้กู้ยืมโดยมีบรรษัทเงินทุนค้ำประกัน

               (๑๓) ให้กู้ยืมโดยมีหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน จำนำเป็นประกัน

               (๑๔) ให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน

               (๑๕) ให้กู้ยืมโดยมีเคดรื่องจักรจำนองเป็นประกัน

               (๑๖) ให้กู้ยืแก่พนักงานของบริษัท

               (๑๗) ให้กู้ยืมแก่สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือชุมนุมสหกรรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจำกัด

               (๑๘) ให้กูยืมแก่เกษตร

               (๑๙) จัดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓

               (๒๐) ให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง (Leasing)

               (๒๑) ให้เช่าซื้อรถ

               (๒๒) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

               (๒๓) เป็นผู้จัดการกองทุนรวมตามกำหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

               (๒๔) ซื้อขายหรือมีฐานะอนุพันธ์

               (๒๕) เป็นตัวแทนสนับสนุนการขายหรือรับซื้อคือนหน่วยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

               (๒๖) เป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

               (๒๗) ทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน

               (๒๘) ทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

               (๒๙) ประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (back office)

ส่วนที่ ๒

ประเภทการลงุทนนอกราชอาณาจักร

           ข้อ ๔ บริษัทจะลงทุนประกอบธุรกิจอื่นนอกราชอาณาจักรได้ ดังต่อไปนี้

                (๑) ซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้ ของนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) หรือของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (ESCAP) เพื่อประกอบธุรกิจเฉพาะการประกันต่อ

            () ซื้อหุ้นของนิติบุคคลในต่างประเทศนอกจาก (๑)

    (๓) ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรหรือหุ้นขององค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบริษัทเงินทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายของราชอาณาจักร

     (๔) ซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ ซึ่งออกหรือค้ำประกันภัย โดยองค์กรระหว่างประเทศ

   () ซื้อพันธบัตรหรือตั๋วเงินซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐสาหกิจต่างประเทศ

   (๖) ซื้อบัตรเงินฝากหรือหุ้นกู้ของธนาคาร หรือหุ่นกู้ของบริษัทจำกัด ที่ออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร

 

หมวด ๒

เงื่อนไขการลงุทน

ข้อ ๕ การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท บริษัทจะต้องกระทำด้วยความสุจริต ไม่กระทำการหรืองดเว้นการที่ต้องกระทำใดๆ อันเป็นผลให้บริษัทต้องจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นมากกว่าจำนวนที่พึงจ่าย หรือให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ใด ๆ น้อยกว่าจำนวนที่พึ่งได้รับโดยไม่สุจริต

                สินทรัพย์ที่บริษัทได้มาหรือมีอยู่จากการลงทุนตามประกาศนี้ จะต้องปราศจากภาระหนี้ตลอดเวลา เช่น การจำนอง การจำนำ เพื่อคำประกันหนี้สินใด ๆ เป็นต้น เว้นแต่ ได้รับความเห็นชอบ เป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

                ข้อ ๖ ห้ามบริษัให้กู้ยืม ตามข้อ ๓ (๑๐) (๑๓) (๑๔) (๑๕) ให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซึ่ง ตามข้อ ๓ (๒๐) หรือให้เช่าซื้อรถตามข้อ ๓ (๒๑) แก่นิติบุคคล ที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทในลักษณะ ดังต่อไปนี้

                (๑) ผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลนั้นรายหนึ่งหรือหลากรายถือหุ้นในบริษัท หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทรายหนึ่งหรือหลายรายถือหุ้นในนิติบุคคลนั้น มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบขึ้นไปของทุนทั้งหมด

                (๒) นิติบุคคลนั้นถือหุ้นในบริษัท หรือบริษัทถือหุ้นในนิติบุคคลนั้น ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบขึ้นไปของทุนทั้งหมด

                การถือหุ้นตาม (๑) และ (๒) ข้างต้น ให้นับการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม และให้นับรวมการถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นในลักษณะที่ระบุไว้ในข้อ ๗ (๑)ถึง (๖) ด้วย

                ในกรณีที่กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานในฐานะผู้แทนของนิติ นั้นเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท หรือกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานในฐานะผู้แทนของบริษัทเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในนิติบุคลนั้น ให้บริษัทรายงานต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกากำหนด ทั้งนี้ ผู้บริหาร หมายถึง ผู้จัดการ และผู้บริหารระดับต่ำกว่าผู้จัดการลงมาอีก ๒ ระดับ

                ข้อ ๗ ห้ามบริษัทใดให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถแก่กรรมการ หรือค้ำประกันภัยหนี้ใดๆ ของกรรมการหรือซื้อ สลักหลัง รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินที่กรรมการเป็นผุ้สั่งจ่าย หรือเป็นผู้ออก

                การให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ หรือการประกันหนี้ใดๆ ของบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ หรือการซื้อ การสลักหลัง การรับรอง หรือการรับอาวัลตั๋วเงิน ที่บุคคล หรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งจ่าย หรือเป็นผู้ออก ให้ถือว่าเป็นการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ หรือค้ำประกันภัยแก่กรรมกรหรือเป็นการซื้อ สลักหลัง รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินที่กรรมการเป็นผู้สั่งจ่าย หรือเป็นผู้ออกตามวรรคหนึ่งด้วย คือ

(๑) คู่สมรสของกรรมการ

(๒) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภวะของกรรมการ

(๓) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) เป็นหุ้นส่วน

(๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) เป็น

หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด รวมกันเกินร้อยละสามสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น

(๕)        บริษัทจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือห้าง

หุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

(๖)  บริษัทจำกัดที่กรรมการหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือห้าง

หุ้นส่วนตาม(๓) และ (๔) หรือบริษัทจำกัดตาม (๕) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

                ข้อ ๘ การลงทุนซื้อหุ้น หุ้นกู้ ของบริษัทจำกัด หรือหน่ายลงทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการกองทุนใดรายหนึ่งตามข้อ ๓ (๘) การให้กู้ยามตามข้อ ๓ (๑๓) ถึง (๑๘) การใช้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง ตามข้อ ๓ (๒๐)  และการให้เช่าซื้อรถตามข้อ ๓ (๒๑) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้ว ให้บริษัทลงทุนแก่บุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท เว้นแต่

(๑) การซื้อหุ้นของบรัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย ในกรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อแก้ไขฐานะ หรือการดำเนินการของบริษัทประกันชีวิต

(๒) การซื้อหุ้นของบรัทประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

กันชีวิตเฉพาะการประกันภัยต่อ หรือบรัทจำกัดที่ประกอบกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันชีวิต หรือธุรกิจประกันวินาศภัยโดยส่วนรวม โดยบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยเฉพาะการประกันภัยต่อ ตามข้อ ๑๘ (๒)

(๓)       การซื้อหุ้น หุ้นกู้หรือหน่วยลงทุน โดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินตาม

ส่วนที่ ๑๘

                ข้อ ๙ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัท ให้ใช้ราคาทุนของการได้ทรัพย์สินแต่ละประเภท สำหรับการให้กู้ยืมให้ใช้ยอดเงินต้นคงค้าง

                ข้อ ๑๐ การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามประเภทนี้ บริษัทต้องจัดทำระเรียบวิธีปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ออกระเบียบวิธีปฏิบิตหรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

                                ระเบียบวิธีปฏิบัติดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วีการ และเงื่อนไขนที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และในกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติตามวรรค หนึ่ง ให้บริษัทดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด

                                นอกจากการจัดทำระเบียบปฏิบัติแล้ว ให้บริษัทจัดให้มีระบบการตรวจสอบลและควบคุมภายในของบริษัท                  ในการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท และในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และในกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงระบบการตรวจสอบ และควบคุมภายในของบริษัท ให้บริษัทดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด

                                เพื่อเพิมประสิทธิภาพในการดูแล นายทะเบียนมีอำนาจกำหนดให้ผู้สอบบัญชีของบริษัท ประเมินระบบการควบคุมภายใน และระเบียบวิธีปฏิบัติในด้านการลงทุนและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่นายทะเบียบประกาศกำหนด และให้ส่งรายงานดังกล่าวแก่นายทะเบียนภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หรือตามที่นายทะเบียนกำหนดเพิ่มเติม

                                ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

                                ในกรณีที่ บริษัทมีคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด บริษัทจะให้คณะกรรมการดังกล่าวเป็นผู้ประเมินระบบควบคุมภายในและระเบียบวิธีปฏิบัติในด้านการลงทุนและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันแทนผู้สอบบัญชีของบริษัทตามวรรคสี่ก็ได้ โดยให้ประเมินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเช่นเดียวกับที่นายทะเบียนกำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติ

                                มิให้นำความในวรรคหกมาใช้บังคับเมื่อพ้นปี พ.ศ.๒๕๔๙

                ข้อ ๑๑ การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทอื่นของบริษัทตามประกาศนี้ ในกรณีที่บริษัทว่าจ้างหรือ มอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการลงทุนแทนบริษัททั้งหมดหรือบางส่วน บริษัทจะดำเนินการได้โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

                ข้อ ๑๒ การรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินนอกจากอสังหาริมทรัพย์ บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

(๑)      กรณีทรัพย์สินที่ได้มานั้นมีราคาไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของ

ประกาศนี้ ให้บริษัทใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามข้อ ๔๑ แต่หากบริษัทไม่มีเงินกองทุนส่วนเกินเพียงพอ ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหดนเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

(๒)      กรณีทรัพย์สินที่ได้มานั้น หากทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัท

ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขปของประเภทนี้ บริษัทต้องจำหน่ายทรัพย์สินส่วนทีเกินออกไป ภายในสามปีนับแต่วันที่ได้มา และห้ามซื้อทรัพย์สินประเภทดังกล่าวเพิ่มเติมอีก หากบริษัทได้มาก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับให้จำหน่ายออกไปภายในสามปี นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

(๓)      กรณีทรัพย์สินที่ได้มานั้น เป็นทรัพย์สินที่มิใช่ทรัพย์สินที่บริษัท

สามารถลงทุนได้มาโดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามข้อ ๔๑ และบริษัทต้องจำหน่วยทรัพย์สินดังกล่าวออกไป ภายในสามปีนัแต่วันที่ได้มา และหากบริษัทได้มาก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับให้จำหน่ายออกไปภายในสามปี นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

                ข้อ ๑๓  การลงทุนหรือการได้มาซึ่งสินทรัยพ์ตามข้อ ๓ ถ้าสินทรัพย์ดังกล่าวมีการซื้อขายในตลาดรอง เช่น ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น บริษัทจะต้องทำการซื้อขายที่ตลาดรองนั้นๆ แต่ถ้าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดรอง ให้บริษัทซื้อขายในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาที่มีการเสนอซื้อเสนอขายต่อบุคคลทั่วไป ถ้าเป็นหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ให้บริษัทซื้อขายโดยวิธีจับคู่คำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ (automatic order matching)

                   ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็น บริษัทอาจขอผ่อนผันการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นได้ โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

ส่วนที่ ๒

เงื่อนไนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตั๋วเงินคลัง

 

             ข้อ ๑๔ การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตั๋วเงินคลัง ตาม ข้อ ๓ (๒) บริษัทจะซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวน

 

ส่วนที่ ๓

เงื่อไขการซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกจิหรือการซื้อหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุน

           ข้อ ๑๕ การซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตามข้อ ๓ (๔) หรือการซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเงินทุน ตามข้อ ๓ (๕) บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) กรณีพันธบัตรหรือหุ้นกู้ขององค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุนที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระเงินต้นและ ดอกเบี้ย บริษัทจะซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวน

(2)    กรณีพันธบัตรหรือหุ้นกู้ขององค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบรรรษัทเงินทุนที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันภัย บริษัทจะซื้อได้รายละไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ของบริษัทและเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละสี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท

 

ส่วนที่ ๔

เงื่อนไขการซื้อบัตรเงินฝากหรือตั๋วเงิน

ข้อ ๑๖ การซื้อบัตรเงินฝากของบริษัทเงินทุนตามข้อ ๓ (๖) และการซื้อตั๋วเงินตามข้อ ๓ (๗) ที่บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นผู้สั่งจ่าย เป็นผู้ออก เป็นผู้รับรอง หรือ รับอาวัล โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด บริษัทจะซื้อได้ เมื่อรวมจำนวนเงินภาระผูกพันในข้อนี้ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ ของนิติบุคคลใดนิติบุคคหนึ่งเข้าด้วยกันแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท และเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ของบริษัท ทั้งนี้ ระยะเวลาการใช้เงินตามบัตรเงินฝาก หรือตั๋วเงินต้องไม่เกินห้าปี

                ข้อ ๑๗ การซื้อตั๋วเงินตามข้อ ๓ (๗) นอกจากที่กำหนดในข้อ ๑๖ บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ตั๋วเงินนั้นต้องเป็นตั๋วเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating)

ซึ่งออกโดยบริษัทจำกัด หรือเป็นตั๋วเงินที่มีธนาคาร บรรษัทเงินทุน องค์การรัฐวิสาหกิจ บริษัทประกันชีวิต บริษัทจำกัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (issuer rating) เป็นผู้สั่งจ่าย เป็นผู้ออก เป็นผู้รับรอง เป็นผู้รับอาวัล หรือเป็นผู้ค้ำประกัน โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด หรือเป็นตั๋วเงินที่มีธนาคารต่างประเทศ เป็นผู้รับอาวัล หรือเป็นผู้ค้ำประกัน โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด

                ทังนี้ ตั๋วเงิน หรือบริษัทจำกัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นต้องได้รับอันดับความน่าเชี่อถือไม่ต่ำกว่า BBB หรือเทียบเท่า สำหรับธนาคารต่างประเทศ ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A หรือเทียบเท่า

(๒) บริษัทจะซื้อได้ เมี่อรวมจำนวนเงินภาระผูกพันในข้อนี้ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐

ของนิติบคะคคลใดนิติบุคคลหนึ่งตาม (๑) เข้าด้วยกัน ต้องไม่เกินภาระผูกพันที่นิติบุคคลแต่ละนิติบุคคลนั้นมีต่อบริษัทตามจำนวนดังต่อไปนี้

(ก)            ธนาคาร ร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(ข)            บรรษัทเงินทุน ร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(ค)            องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบรัท

(ง)             บริษัทประกันชีวิต ร้อยลุห้าของสินทรัพย์ของบริษัท

(จ)            บริษัทจำกัดตาม (๑) ร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท

(ฉ)            ธนาคารต่างประเทศตาม(๑) ร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท

(๓) กำหนดระยะเวลาการใช้เงินตามตั๋วเงินต้องไม่เกินสิบปี

ส่วนที่ ๕

เงื่อนไขการซื้อหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน

                ข้อ๑๘ การซื้อหุ้น หุ้นกู้ของบริษัทจำกัด หรือหน่วยลงทุน ตามข้อ ๓ (๘) บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) การซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย บริษัท

จะซื้อได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด และเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละของสินทรัพย์ของบริษัท เว้นแต่

๑.๑ กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะ หรือการดำเนินการของบริษัทประกัน

ชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีและผ่อนผันให้บริษัทซื้อหุ้นเกินกว่าจำนวนที่กำหนดได้ก็ได้ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องจำหน่ายหุ้นส่วนทีเกินาภยในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนดแต่ต้องำม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ซื้อ

๑.๒ กรณีซื้อหุ้นของบริษัทประกันวินาศภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการรวม

กิจการ หรือรับโอนกิจการที่ทำให้จำนวนบริษัทประกันวินาศภัยลดลง โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนโดยอนุมัติรัฐมนตรี

(๑) การซื้อหุ้นของบริษัทจำกัด นอกจาก (๑) บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อย

ละสิบของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด และเมื่อรวมกันทุกบริษัทจำกัดแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบของ สินทรัพย์ของบริษัท เว้น แต่ กรณีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยเฉพาะการประกันภัย ต่อจะซื้อหุ้นของบริษัทประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาติประกอบธุรกิจประกัน ชีวิต เฉพาะการประกันภัยต่อหรือของบริษัทจำกัดที่ประกอบกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อ ธุรกิตประกันชีวิต เฉพาะการประกันภัยต่อหรือของบริษัทจำกัดที่ประกอบกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อ ธุรกิจประกันชีวิต หรือธุรกิจประกันวินาศภัยโดยส่วนรวม เกินกว่าจำนวนที่กำหนดได้ก็ได้ โดยได้รับความเห็นขอบเป็นหนังสือจาก นายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยกันก็ได้

(๒) การซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของ

มูลค่าหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายทั้งหมด โดยหุ้นกู้หรือบริษัทจำกัดที่ออกหุ้นกู้นั้นต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (issue or issurer rating ) ไม่ต่ำกว่า BBB – หรือเทียบเท่า

                                การซื้อหุ้นกู้บริษัทจำกัด ที่ไม่เป้นไปตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้นให้กระทำได้เมื่อได้รับ ความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ได้ด้วยก็ได้ และในการยีนขอรับความเห็นชอบ บริษัทต้องแสดงต่อนายทะเบียนได้ว่า บริษัทมีระบบงานควบุคมภายใน มีการจัดการลงุทน และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

                                การซื้อหุ้นกู้ตาม (๓) นี้และการซื้อตั๋วเงินของบริษัทจำกัดตามข้อ ๑๗ เมื่อรวมกันทุกบริษัทจำกัดแล้วต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(๔) การซื้อหน่วยลงทุน บริษัทจะซื้อได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๔.๑) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่กำหนดนโยบายการลงทุน

ในตราสารหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละละสามสิบของ

(๔.๒) หน่ายลงทุนของกรมทุนรวม ที่กำหนดนโยบายการลงทุน

ในตราสารหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบของมู่ลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละยี่สิของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของแตต่ละกองทุนรวม

(๔.๓) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมนอกจาก (๔.๑) และ (๔.๒)

บริษัทจะซื้อได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของแต่ละกองทุนรวม

การซื้อหน่วยลงทุน ที่ไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ใน (๔.๑) (๔.๒) หรือ (๔.๓) ให้กระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือนจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้ และในการยื่นขอรับความเห็นชอบ บริษัทต้องแสดงต่อนายทะเบียนได้ว่า บริษัทมีระบบงานควบคุมภายใน มีการจัดการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

การซื้อหน่วยลงทุนตาม (๔) นี้ เมื่อรวมทุกบริษัทจัดการกองทุน

แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นตาม (๑) (๒) หุ้นกู้ตาม (๓) และหน่วยลงทุนตาม

(๔) บริษัทจะซื้อรวมกันได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

 

ส่วนที่ ๖

เงื่อนไขการให้กู้ยืม

                ข้อ ๑๙ การให้กู้ยืม โดยพันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การ หรือรัฐสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุนจำนำเป็นประกันตามข้อ ๓ (๑๐) การให้กู้ยืมโดยมีธนาคารค้ำประกันตามข้อ ๓ (๑๑) และการให้กู้ยืมโดยมีบรรษัทเงินทุนค้ำประกันตามข้อ ๓ (๑๒) นั้น ในกรณีนิติบุคคลตามข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ (๒) เป็นผู้กู้ยืม เป็นผุ้ค้ำประกัน หรือเป็นผู้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่มีผู้นำมาจำนำเป็นประกัน เมื่อรวมภาระผูกพันของนิติบุคคลนั้น แล้ว ต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ (๒) ดังกล่าว

                ข้อ ๒๐ การให้กู้บืมโดยมีหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน จำนำเป็นประกันตามข้อ ๓(๑๓) บริษัทจะให้กู้ยืมได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องเป็นหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน ที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนการ

ซื้อขายในตลาดทรัพย์และจำรับจำนำแต่ละประเภทได้ ไม่กเนร้อยละสิบของจำนวนหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของบริษัทจำกัดทุนรวมนั้น

(๒ ) จำนวนเงินให้กู้ยืม รายละเอียดไม่เกินห้าล้านบาท และต้องไม่เกิน

ร้อยละหกสิบของราคาปิดของหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุนนั้น ในตลาดหลักทรัพย์ครั้งหลังสุดที่มีอยู่ภายในเจ็ดวัก่อนให้กู้ยืมและเมื่อรวมกันทุกรายแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(๓) กำหนดระยะเวลาการชำระเงินต้นคืน พร้อมดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าปีละครั้ง

(๔) สัญญากู้ยืมมีระยะเวลาไม่เกินห้าปี

ในกรณีที่นิติบุคคลตามข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ (๒) เป็นผู้กู้ยืม หรือเป็นผู้ออกหุ้น หรือหุ้นกู้ที่นำมาจำนำเป็นประกัน เมื่อรวมภาระผูกพันของนิติบุคคลนั้นแล้วต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ (๒) ดังกล่าว

ข้อ ๒๑ การให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันการกู้ยืมตามข้อ ๓(๑๔) บริษัทจะให้กู้ยืมได้ตามเงื่อนไข ตังต่อไปนี้

                (๑) การให้กู้ยืมนอกจาก (๒) บริษัทจะให้กู้ยืมได้เมื่อรวมกันเจ้าหนี้อื่น (ถ้ามี) ต้องไม่เกินร้อยละสิบของราคาประเมนอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันการกู้ยืม จำนวเนิงที่ให้กู้ยืมแต่ละรายไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท และเมื่อรวมกันทุกรายแล้ว ต้องไมเกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท และมีระยะเวลาให้กู้ยืมไม่เกินยี่สิบปี

                                (๒) การให้กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย บริษัทจะให้กู้ยืมได้เฉพาะบุคคลธรรมดา แต่ละรายไม่เกินสิบล้านบาท และเมื่อรวมกันเจ้าหนี้อื่น (ถ้ามี) แล้วต้องไมเกินร้อยละแปดสิบห้อของ ราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันการกู้ยืม หรือราคาที่เสนอขายทั่วไปในโครงการนั้น หรือในกรรณีไม่มีราคาเสนอขายทั่วไป จะใช้ราคาบริเวณที่ใกล้เคียงกันก็ได้ จำนวนเงินที่ให้กู้ยืมเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของสินทรัพย์ของบรัท และมีระยะเวลาให้กู้ยืมไม่เกินสามสิบปี

ทั่งนี้ การให้กู้ยืมตาม (๑) (๒) รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละสามสิบห้าของสินทรัพย์ของบริษัท และต้องชำระดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าปีละครั้ง ถ้ามีระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้นคืนต้องไม่เกินหนึ่งในสี่ของระยะเวลาให้กู้ยืม เมื่อพ้นระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้นคืน หรือกรณีไม่มีระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้นคืน จะต้องชำระเงินต้นคืนไม่น้อยกว่าปีละครั้ง อสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันการกู้ยืม ต้องจำนองเป็นประกันลำดับหนึ่ง หรือร่วมจำนองพร้อมกับเจ้าหนี้อื่นเป็นลำดับหนึ่งสำหรับการให้กู้ยืมตาม (๒) ห้ามมีระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้นคืน

ถ้าเป็นการจำนองที่ดินที่มีอาคารเป็นส่วควบ หรือเป็นการจำนองเฉพาะอาคาร อาคารนั้นจะต้องมีประกันวินาศภัย โดยให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาตามสัญญากู้ยืม

ข้อ ๒๒ การให้กู้ยืม โดยมีเครื่องจักรจำนองเป็นประกันการกู้ยืมตามขอ้ ๓ (๑๕) บริษัทจะให้กู้ยืมตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)          เครื่องจักรนั้นต้องไม่มีการจำนองกับผู้อื่นติดพันอยู่

(๒)          บริษัทจะให้กู้ยืมได้แต่ละรายไม่เกินร้อยละเจ็ดบสิบของ

ราคาเครื่องจักรที่จำนองเป็นประกันการกู้ยืมตามราคาซื้อขายในตลาด โดยไม่รวมค่าติดตั้งและค่าขนส่ง

(๓)          ต้องชำระดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าปีละครั้ง ถ้ามีระยะเวลาปลอด

การชำระเงินต้นคืน จะต้องชำระเงินต้นคืนไม่น้อยกว่าปีละครั้ง

(๔)          สัญญากู้ยมต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปี

ข้อ ๒๓ การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัทตามข้อ ๓ (๑๖) บริษัทจะให้กู้ยืมได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑)          จำนวนเงินที่ให้กุ้ยืมแต่ละรายไม่เกินหนึ่งล้านบาท และเมื่อ

รวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท

(๒)          มีพนักงานบริษัทเดียวกัน คนเดียวหรือหลายคน ซึ่งมี

เงินเดือนรวมกันสูงกว่าเงินเดือนของผู้กู้ยืมเป็นผู้ค้ำประกัน พนักงานคนหนึ่งให้ค้ำประกันได้ไม่เกินหนึ่งราย หรือมีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันการกู้ยืม

(๓)          ในกรณีที่มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันการกู้ยืม จำนว

เงินที่ให้กู้ยืมแต่ละราย ต้องไม่เกินร้อยละแปดสิบของราคมประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่จำนวองเป็นประกันภัยการกู้ยืมในกรณี ราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันการกู้ยืม มีราคมต่ำกว่าจำนวเนิงนที่ให้กู้ยืมอาจมีพนักงานของบริษัทเดียวกันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม (๒) เป็นผู้ค้ำประกันในส่วนทีเกินกว่าราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันกู้ยืมก็ได้ และให้นับการกู้ยืม ส่วนที่มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันการกู้ยืม เป็นส่วนหนึ่งของการกู้ยืมตามข้อ ๒๑ (๒) ด้วย

(๔)          กำหนดระยะเวลาชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกบึ้ยเป็นรายงวด

งวดละเท่าๆ กัน ไม่น้อยกว่าปีละครั้ง

(๕)          สัญญากู้ยืม ต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปี เว้นแต่ ในกรณีที่มี

อสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันการกู้ยืมทั้งจำนวน สัญญากู้ยืมต้องมีระยะเวลาไม่เกินยี่สิบปี

(๖)          ในกรณีพนักงานกู้ยืมตามข้อ ๒๑ (๒) ด้วยจำนวนเงินให้กู้ยืม

เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสิบล้านบาท

                                ข้อ ๒๔  การให้กู้ยืมแก่สหกรณ์การเกษตร หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ตามข้อ ๓ (๑๗) บริษัทจะให้กู้ยืมได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)             จำนวนเงินที่ให้กู้ยืมแต่ละรายไม่เกินร้อยละสองของ

สินทรัพย์ของบริษัท และเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(๒)             สัญญากู้ยืม ต้องมีระยะเวลาไม่เกินห้าปี สำหรับการให้กู้ยืม

แกสหกรณ์การเกษตรและไม่เกินสิบปี สำหรับการให้กู้ยืมแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจำกัด

                                ข้อ ๒๕ การให้กู้ยืมแก่เกษตรกร ตามข้อ ๓ (๑๘) บริษัทจะให้กู้ยืมได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑)          จำนวนเงินที่ให้กู้ยืมแต่ละรายไม่เกินหนึ่งแสนบาท และเมื่อ

รวมกันทุกรายแล้วต้องไมเกินร้อยละสิบของสินทรัพย์

 (๒)         มีเกษตรกรที่อยู่ในตำบลเดียวกัน ไม่น้อยกว่าสองคนเป็นผู้

ค้ำประกันและผู้คำประกันต้องไม่มีหนี้สิน หรือได้ค้ำประกันผู้อื่นอยู่แล้วในวันที่ค้ำประกัน

 (๓)          สัญญากู้ยืมต้องมีระยะเวลาไม่เกินสามปี

 

ส่วนที่ ๗

เงื่อนไขการจัดจำหน่านอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา ๓๓

ข้อ ๒๖  การจัดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจำหน่ายตามมาตรา

๓๓ ตามข้อ ๓ (๑๙) บริษัทจะดำเนินการได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อการขายอสังหริมทรัพย์ดังกล่าวเท่านั้น และจำนวนเงินที่ใช้ในการจัดจำหน่ายอสังหริมทรัพย์นั้น ต้องไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เสนอโครงการต่อนายทะเบียนและได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ได้ด้วยกันได้

 

ส่วนที่ ๘

เงื่อนไขการให้เช่าทรัพย์สินแบบสิลซิ่ง

              ข้อ ๒๗ ในส่วนนี้

                     ให้เช่า หรือ เช่า หมายความว่า ให้เช่าหรือเช่าในธุรกิจลิลซิ่ง

                     เงินลงุทนหมายความว่า ผลรวมของราคาสินทรัพย์ที่ให้เช่าที่พึ่งซื้อขายกันได้ในท้องตลาอดด้วยเงินสดในวันทำสัญญาเช่า และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่บริษัทต้องชำระเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สิน เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษีอากร และค่าเบี้ยประกันภัย เป็นต้น

                      เงินดาวน์ หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าต้องชำระครั้งแรกเมื่อทำสัญญา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของราคาค่าเช่าตามสัญญาต่างหากจากค่าเช่ารายงวด

             ข้อ ๒๘  การลงทุนประกอบธุรกิจให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซึ่งตามข้อ ๓ (๒๐)  บริษัทจะลงทุนประกอบการได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

                                เมื่อบริษัทได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว บริษัทจะให้เช่าทรัพย์สินแบบสิลซึ่งได้ตามเงื่อนไน ดังต่อไปนี้

(๑)       บริษัทจะใช้เงินลงทุนให้เช่าได้ และเมื่อรวมกันทุกรายแล้วต้องไม่เกิน

ร้อยละของสินทรัพย์ของบริษัท หรือไม่เกินห้าเท่าของเงินกองทุน แล้วตแอย่างใดจะน้อยกว่า

(๒)       ให้เช่าทรัพย์สินแก่นิติบุคคลเท่านั้น และห้ามให้เช่าที่มีหนี้สินสูงเกิน

กว่าทรัพย์สินของผู้เช่า เว้นแต่ จะมีหลักทรัพย์เป็นประกันการเช่านั้น

(๓)       สัญญาเช่าต้องทำเป็นหนังสือ และมีข้อกำหนดว่าผู้เช่าเพียงฝ่ายเดียว

จะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดไม่ได้

(๔)       ทรัพย์สินที่ให้เช่า ต้องเป็นทรัพย์ในประเภททุน เฉพาะเครื่องจักร หรือ

เครื่องมือ และต้องเป็นทรัพย์สินใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน มีราคาซื้อขายแน่นอนสามารถสอบทานได้ เว้นแต่จะเป็นทรัพย์สินที่ยึด หรือรับคืนมาจากผู้เช่ารายอื่นของบริษัท หรือเป็นทรัพย์สินที่ให้เช่า อันเนื่องจากการต่ออายุสัญญาเช่า และต้องไม่ใช่ทรัยพ์สินที่โดยสภาพไม่สามารถให้ผู้อื่นเช่นได้อีก

(๕)       ต้องจัดให้ผู้เช่าชำระเงินดาวน์ทันทีที่ทำสัญญาเช่า เป็นจำนวนเงินไม่ต่ำ

กว่าร้อยละยี่สิบห้าของเงินลงทุนในทรัพย์สิน ต่างหากจากการชำระเงินค่าเช่างวดต่อๆ ไป การชำระเงินดาวน์ดังกล่าวบริษัทจะให้ผู้เช่าชำระแก่ผู้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยตรงก็ได้ แต่บริษัทต้องมีหลักฐานแสดงการชำระเงิน หรือสำเนาหลักฐานดังกล่าวไว้

(๖)       ระยะเวลาให้เช่าไม่เกินอายุการใช้งานของทรัพย์สินตามที่ผู้ผลิตรับรอง

หรือกำหนด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินห้าปี

(๗)       ต้องจัดให้มีการประกันภัยทรัพย์สินที่ให้เช่านั้น โดยให้บริษัทเป็นผู้รับ

ประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดอายุสัญญาเช่า

(๘)       ห้ามบริษัทจัดหาทรัพย์สิน โดยที่ยังไม่ได้ตกลงทำสัญญาให้เช่าทรัพย์

นั้นกับผู้ใด หรือจัดหาทรัพย์สินในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด หรือสูงกว่าราคาต่ำสุดที่พึงจัดหาได้

 

ส่วนที่ ๙

เงื่อนไขการลงทุนให้เช่าซื้อรถ

              ข้อ ๒๙ รถหมายความว่า รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

              ข้อ ๓๐ การลงุทนให้เช่าซื้อรถ ตามข้อ ๓ (๒๑) บริษัทจะให้เช่าซื้อได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)       บริษัทจะให้เช่าซื้อได้เมื่อรวมกันทุกรายแล้ว ต้องไม่เกินสองเท่าของ

เงินกองทุนของบริษัท

(๒)       บริษัทจะให้เช่าซื้อได้แต่ละราย เป็นจำวนเงินไม่เกินร้อยละแปดสิบของ

ราคาตลาดของรถนั้น

(๓)       สัญญาเช่าซื้อต้องมีระยะเวลาไม่เกินห้าปี

(๔)       รถที่เช่าซื้อต้องจัดให้มีการประกันภัย โดยให้บริษัทผู้รับประโยชน์ตาม

กรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อ

(๕)       บริษัทจะให้เช่าซื้อได้เฉพาะแก่ผู้เช่าซื้อที่มีภูมิลำเนา หรือถื่นที่อยู่ใน

เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในกรณีที่ บริษัทจะขยายเขตการลงทุนออกไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกจากเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

 

ส่วนที่ ๑๐

เงื่อนไขการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

                                ข้อ ๓๑ การให้เช่าอสังหาริทรัพย์ตามข้อ ๓ (๒๒)บริษัทจะให้เช่าได้ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑)       อสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๓๑ (๑๐) (ก) และ (ค) ที่บริษัทยังมิได้ใช้

ประโยชน์เมื่อนำออกให้เช่าแล้ว บริษัทจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่มาทดแทนหรือเช่าเพิ่มเติมไม่ได้

(๒)       อสังหาริมทรัพย์รอการจำหน่าย ตามมาตรา ๓๓ เมื่อนำออกให้เช่าแล้ว

ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการจำหน่ายตามที่กฎหมายกำหนด

(๓)       ระยะเวลาการให้เช่าครั้งละไม่เกินสามปี

(๔)       ห้ามบริษัทพัฒนาพื้นที่ให้เช่านั้นเพิ่มเติม เว้นแต่ ได้รับความเห็นชอบ

จากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจำกำหนเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

(๕)       ต้องคิดเช่าแลผลประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นทางค้าปกติ

(๖)       อสังหาริมทรัพย์รอการจำหน่าย ตามมาตรา ๓๓ บริษัทจะให้ได้เมื่อ

(ก)       บริษัทได้เสนอแผนงาน เป้าหมายในการลดอสังหาริมทรัพย์ที่

รอการจำหน่ายทั้งหมดและที่นำออกหารายได้ ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามแผนงานของบริษัท จะต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์นั้นให้หมดไป

(ข)       ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่บริษัทยื่นแผนงาน หากนาย

ทะเบียนมิได้ทักท้วงหรือแจ้งข้อขัดข้อง ให้ถือว่านายทะเบียนอนุญาตตามแผนงานที่เสนอ

                                ทั้งนี้ กรณีที่มีเหตุอันควร นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทปรับปรุงแผนงาน หรือระงับหรือยกเลิกการอนุญาติเมื่อใดก็ได้

 

ส่วนที่ ๑๑

เงื่อนไขการเป็นผู้จัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                ข้อ ๓๒  การเป็นผู้จัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามข้อ ๓ (๒๓) บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยจะต้องแยกรายได้และรายจ่ายของธุรกิจการเป็นผู้จัดการกองทุนรวมออกจากธุรกิจประกันภัยวินาศภัย

 

ส่วนที่ ๑๒

เงื่อนไขการซื้อขายหรือมีฐานะอนุพันธ์

                                ข้อ ๓๓ การซื้อหายหรือมีฐานะอนุพันธ์ ตามข้อ ๓ (๒๔) บริษัทสามารถกระทำได้ดดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไนใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

 

ส่วนที่ ๑๓

เงื่อนไขการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

หรือการเป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคล

ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                ข้อ ๓๔ การเป็นตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพญ์ ตามข้อ ๓ (๒๕) หรือการเป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามข้อ ๓ (๒๖) บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยจะต้องแยกรายได้และรายจ่ายของธุรกิจนั้น ๆ ออกจากธุรกิจประกันวินาศภัยของบรัษัท

 

ส่วนที่ ๑๔

เงื่อนไขทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัยพ์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน

                                ข้อ ๓๕ การทำธุรกรรมซื้อ หรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคทนตามข้อ ๓ (๒๗) บริษัทสามารถทำได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)       บริษัทสามาถทำธุรกรรมดังกล่าวได้เฉพาะกับสถาบันการเงิน หรือผู้

ลงทุนประเภทสถาบัน ดังนี้

(ก)      ธนาคาร

(ข)      บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(ค)      บริษัทประกันภัย

(ง)       สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(จ)      นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(ฉ)      กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ช)      กองทุนบำเหน็จบำนาญ

(ซ)      กองทุนบำเหน็จบำนาญ

(ฌ)     กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(ญ)     กองทุนรวม

(ฎ)      ธนาคารแห่งประเทศไทย

(ฏ)      ส่วนราชการหรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนข้างต้นรวมถึงผู้ลงทุนต่างประเทศที่จัดอยู่ในประเภท หรือเข้า

ลักษณะผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ฎ) ด้วย

(๒)       หลักทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรมดังกล่าว อาจเป็นตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง

หรือ หลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(ก)      พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลัง

(ข)      พันธบัตร หรือหุ้นกู้องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำ

ประกัน

(ค)      หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีรายชื่ออยู่ใน

SET ๕๐ INDEX

(ง)       ทรัพย์สินอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด ทั้งชนดประเภท

มูลค่าและวิธีการทำธุรกรรมนี้

 

(๓)       ต้องทำสัญญาขายหรือซื้อคืน (repurchase agreement) เป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยต้องเป็นสัญญาที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ ทั้งนี้ อาจมีเอกสารแนบถ่ายสัญญา (annex) ได้ จะทำธุรกรรมดังกล่าวได้เฉพาะสกุลเงินบาทและมีระยเวลาการขายและซื้อคืนไม่เกินหนึ่งปี

(๔)       การทำธุรกรรมดังกล่าว บริษัทจะซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์

ดังนี้

(ก)      กรณีหลักทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นพันบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตร

ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลัง มูลค่าหลักทรัพย์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อยสามของราคาซื้อ

(ข)      กรณีหลักทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นพันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์การ

หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน มูลค่าหลักทรัพย์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อยห้า ของราคาซื้อ

(ค)      กรณีหลักทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นหุ้นที่มีรายชื่ออยู่ใน SET ๕๐

INDEX มูลค่าหลักทรัพย์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อยละสี่สิบของราคาซื้อ

 

(๕)       ในระหว่างสัญญาขายหรือซื้อคืนมีผลบังคับ บริษัทต้องดำรงมูลค่า

หลักทรัพย์ตาม (๔) ณ สิ้นวัน ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก)      ดำรงมูลค่าหลักทรัพย์ตาม (๔) (ก) ข้างต้น ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่ง

ร้อยเอ็ดของมูลค่าธุรกรรม

(ข)      ดำรงมูลค่าหลักทรัพย์ตาม (๔) (ข) ข้างต้น ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่ง

ร้อยสองของมูลค่าธุรกรรม

(ค)      ดำรงมูลค่าหลักทรัพย์ตาม (๔) (ค) ข้างต้น ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อ

ยี่สิบของมูลค่าธุรกรรม

 

(๖)       การคำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรมดังกล่าวให้ใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้

(ก)      กรณีตั่วเงินคลัง ให้ใช้ราคาตรา

(ข)      กรณีพันธบัตร หรือหุ้นกู้ ให้ใช้ราคาขายครั้งหลังสุดรวมดอกเบี้ยค้า

รับจนถึงวันที่คำนวณมูลค่าทรัพย์ (dirty price) ตามที่บริษัทจะต้องดำรงมูลค่าหลักทรัพย์ใน (๕) ข้างต้นที่เผยแพร่โดยศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (TBDC)

(ค)      กรณีหุ้นที่มีรายชื่อใน SET INDEX ให้ใช้ราคาปิดครั้งหลังสุด

(๗)       บริษัทจะทำธุรกรรมดังกล่าวรวมทุกสัญญา มีมูลค่ายอดคงค้างรวมกันได้ไม่

เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ของบริษัท

(๘)       ห้ามนำหลักทรัพย์ส่วนที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในการทำธุรกรรมนี้ไปโฮน

หรือขายต่อ เว้นแต่ เป็นการขายต่อตามสัญญาขายหรือซื้อคืนอื่น

(๙)       หากบริษัทฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้นี้ นายทะเบียนมี

อำนาจสั่งห้ามมิให้บริษัทำธุรกรรมนี้ได้ตามระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด

 

ส่วนที่ ๑๕

เงื่อนไขการทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

                               

ข้อ ๓๖  การทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามข้อ ๓ (๒๘) บริษัทสามารถทำได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) คู่สัญญาของการทำธุรกรรม จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาต

ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(๒) ต้องทำสัญญายืมและให้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสัญญา

ดังกล่าวต้องมีลักษณะและสาระสำคัญอย่างน้อยเกี่ยวกับเรือ่ง ดังต่อไปนี้

(ก)      วัตถุประสงค์ของการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(ข)      หลักทรัพย์ที่ให้ยืมและหลักประกันในการยืม

(ค)      การปรับจำนวนหรือมูลค่าหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ประกันที่ต้องคืน

(ง)       การชดเชยสิทธประโยชน์ให้แก่คู่สัญญา

(จ)      ข้อกำหนดในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดนัด หรือมีเหตุการณ์ที่

ทำให้หนี้ถึงกำหนดชำระโดยพลัน

                                                ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด หากหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีข้อกำหนดให้เลือกจะปฏิบัติได้หลายแนวทาง ให้ใช้แนวทางที่คุ้มครองเจ้าหนี้สูงสุด

                                                (๓) หลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืม อาจเป็นตราสารอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

                                                                (ก) พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลัง

                                                                (ข) พันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์กร หรือรัฐวิสาหกิจ

                                                                (ค) หุ้น หุ้นกู้ ของบริษัทจำกัด

                                              (๔) ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ดูแลรักษาหลักทรัพย์ของลูกค้า (Custodian) หากต้องการยืมหลักทรัพย์จากบริษัท หรือต้องการนำหลักทรัพย์ของบริษัทไปให้บุคคลอื่นยืม ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร

                                              (๕) บริษัทจะทำธุรกรรมดังกล่าว รวมทุกสัญญามีมูลค่ายอดคงค้างรวมกันได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

การคำนวณมูลค่าธุรกรรมให้คำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืม ณ วันเริ่มของแต่ละสัญญา

 

ส่วนที่ ๑๖

เงื่อนไขการประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Back office)

                                ข้อ ๓๗ การประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Back office) ตามข้อ ๓ (๒๙) บริษัทสามารถทำได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

                                                (๑) เป็นการประกอบกิจการ เพื่อทำให้บริษัทสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งลดภาต้นทุนประกอบกิจการของบริษัท

                                                (๒) บริษัทต้องจัดทำนโยบายและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น รวมทั้งขอบเขตความรับผิดชอบ การควบคุมภายใน ระบบรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และบริษัทต้องจัดให้มีการตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบปฏิบัติดังกล่าวโดยเคร่งครัด

                                                (๓) แยกรายได้และรายจ่ายของการให้บริการออกจากธุรกิจประกันวินาศภัย

                                                ในกรณีที่ บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้บริษัทปรับปรุงการปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้ หรือสั่งระงับการประกอบกิจการนี้เป็นการชั่วคราว หรือสั่งยกเลิกการประกอบกิจการนี้ได้ ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงือนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้

 

ส่วนที่ ๑๗

เงื่อนไขการลงทุนนอกราชอาณาจักร

 

                                ข้อ ๓๘ การลงทุนซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้ ตามข้อ ๔ (๑) บริษัทจะลงทุนได้เมื่อรวมกับการซื้อหุ้นตามข้อ ๓๙ แล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

                                ข้อ ๓๙ การลงทุนซื้อหุ้นตามข้อ ๔ (๒) บริษัทจะซื้อได้โดยการใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามข้อ ๔๒ และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้ และเมื่อรวมกันการซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้ตามข้อ ๓๘ แล้ว ต้องไม่เกินกว่าร้อยละสิบของสินทรัพย์ของบริษัท

                                ข้อ ๔๐ การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตร หรือหุ้นกู้ขององค์กรหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ตามข้อ ๔ (๓) การซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ หรือตั๋วเงินซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศหรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ตามข้อ ๔ (๕) และการซื้อบัตรเงินฝากหรือหุ้นกู้ของธนาคาร หรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ที่ออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ตามข้อ ๔ (๖) บริษัทจะซื้อได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน และในการนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้

                                                (๑) พันธบัตรหรือตั๋วเงินซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศตามข้อ ๔ (๕) ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Issue rating) ไม่ต่ำกว่า BBB หรือเทียบเท่า

                                                (๒) บัตรเงินฝากหรือหุ้นกู้ธนาคาร หรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด ตามข้อ ๔ (๖) ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (Issue rating) หรือธนาคาร หรือบริษัทจำกัด ที่ออกบัตรเงินฝาก หรือหุ้นกู้นั้น ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ (Issuer rating) ไม่ต่ำกว่า BBB หรือเทียบเท่า

 

ส่วนที่ ๑๘

เงื่อนไขการลงทุนด้วยเงินกองทุนส่วนเกิน

                                ข้อ ๔๑ ในกรณีที่บริษัทมีเงินกองทุนส่วนเกิน และประสงค์จะใช้เงินกองทุนส่วนเกินดังกล่าวลงทุนประกอบธุรกิจตามประเภทที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ (๔) ถึง (๘) และข้อ ๓ (๑๐) ถึง (๑๒) ให้บริษัทใช้เงินกองทุนส่วนเกิน จำนวนไม่เกินครึ่งหนึ่งของเงินกองทุนส่วนเกินนั้น ลงทุนตาเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๑ ข้อ ๘ (๓) และส่วนที่ ๓ ถึงส่วนที่ ๕ และส่วนที่ ๖ ข้อ ๑๙ ตามแต่กรณีได้อีก โดยเพิ่มจำนวนเงินลงทุนแต่ละรายและจำนวนรวมได้อีกหนึ่งเท่าของจำนวนเดิมตามเงื่อนไข

                                ข้อ ๔๒ การลงทุนซื้อหุ้นตามข้อ ๔ (๒) บริษัทจะซื้อได้โดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินจำนวนไม่เกินร้อยละสิบของเงินกองทุนส่วนเกิน โดยเมื่อรวมกันข้อ ๔๑ แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินกองทุนส่วนเกินนั้น

 

ส่วนที่ ๑๙

เงื่อนไขเกี่ยวกับดอกเบี้ยและผลประโยชน์

 

                                ข้อ ๔๓ การซื้อบัตรเงินฝากตามข้อ ๓ (๖) การซื้อตั๋วเงินตามข้อ ๓ (๗) การให้กู้ยืมตามข้อ ๓ (๙) ถึง (๑๘) และการให้เช่าซื้อรถ ตามข้อ ๓ (๒๑) บริษัทต้องได้รับดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

                                ข้อ ๔๔ การให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง ตามข้อ ๓ (๒๐) ต้องได้รับผลประโยชน์ไม่ต่ำกว่าอัตราที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

 

หมวด ๓

บทเฉพาะกาล

                                ข้อ ๔๕ ให้ถือว่าการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ที่ระบุไว้ในข้อ ๑ และเป็นประเภทการลงทุนที่ประกาศฉบับนี้ยังได้กำหนดให้ลงทุนได้ เป็นการลงทุนได้ เป็นการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามประกาศนี้

                                        ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ถ้าบริษัทใดล่งทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้บริษัทดำเนินการต่อไปได้ เพียงสิ้นภาระ หรือสิ้นระยะเวลาที่ผูกพันไว้ในสัญญา หรือข้อตกลงนั้น

                                ข้อ ๔๖ บรรดาประกาศนายทะเบียน เงื่อนไขการอนุญาตที่ออกหรือกำหนด ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนหรือในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ คงใช้บังคับได้ต่อไป เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งประกาศนี้จนกว่าจะได้มีประกาศนายทะเบียน หรือเงื่อนไขการอนุญาตที่ออก หรือกำหนดตามประกาศนี้ใช้บังคับ

                                ข้อ ๔๗ การลงทุนโดยใช้เงินกองทุนส่วนเกินตามกฎกระทรวง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๑๐ ให้ถือเป็นการลงทุน โดยใช้เงินกองทุนส่วนเกิน ตามข้อ ๔๑

 

                                ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

 

                                                                                                                ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗

 

 

                                                                                                                              (นายวัฒนา  เมืองสุข)

                                                                                                                      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

(ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๒๑ ตอน ๑๐๔ ง วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๗)

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗
วันที่มีผลบังคับ : ๙ ธันวาคม ๒๕๔๗
ผู้ลงนาม : นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ : มาตรา ๘๘,มาตรา ๑๐๘
หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  21
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๒๘      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :