• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.๒๕๓๕ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๐, ๒๕๕๐, ๒๕๕๑)
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
 มาตรา ๖
 มาตรา ๖ ทวิ
 มาตรา ๖ ตรี
 มาตรา ๖ จัตรา
 มาตรา ๖ เบญจ
 มาตรา ๖ ฉ
 มาตรา ๖ สัตต
 มาตรา ๖ อัฏฐ
หมวด ๑ การประกันความเสียหาย
หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทน [๒๓]
หมวด ๓ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
หมวด ๔ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเกี่ยวเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๑  
 
   
  ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเกี่ยวเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๑
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเกี่ยวเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา :

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเกี่ยวเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๕๑
____________________

               อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงออกประกาศ ไว้ดังนี้
               ข้อ ๑. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๑”
               ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
               ข้อ ๓ ในประกาศนี้
               “นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย
               “บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยและหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักร
               “นายหน้าประกันวินาศภัย” หมายความว่า ผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท โดยกระทำเพื่อบำเหน็จเนื่องจากการนั้น
               “ตัวแทนประกันวินาศภัย” หมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท
               “การประกันภัยรถยนต์” หมายความว่า การประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รวมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
               ข้อ ๔ การเก็บเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ ให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
                        การเก็บเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยประเภทอื่น ให้บริษัทปฏิบัติตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการเก็บเบี้ยประกันภัย ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่มีอยู่เดิม
               ข้อ ๕ บริษัทต้องจัดทำแนวปฏิบัติในการเก็บเบี้ยประกันภัยของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร โดยต้องกำหนดรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
                          ๕.๑ นโยบายการเก็บเบี้ยประกันภัย
                          ๕.๒ นโยบายและวิธีการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยที่บริษัทอาจไม่ได้รับชำระ
                          ๕.๓ ช่องทางรับเบี้ยประกันภัย
                          ๕.๔ วิธีการแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัย
                          ๕.๕ การแต่งตั้งตัวแทนประกันวินาศภัย การมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่พนักงานบริษัทหรือนายหน้าประกันวินาศภัยเก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท
                          ๕.๖ หลักประกันที่บริษัทจะเรียกจากตัวแทนประกันวินาศภัย หรือผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือให้เก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท
                          ๕.๗ วิธีการรับส่งเอกสาร รวมถึงเอกสารทางการเงิน ระหว่างบริษัทกับผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่างๆ
                          ๕.๘ วิธีการควบคุมให้ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือให้เก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท นำส่งหรือออกเอกสารการรับเงินของบริษัทให้แก่ผู้เอาประกันภัย
                          ให้บริษัทแจ้งแนวปฏิบัติในการเก็บเบี้ยประกันภัยให้นายทะเบียนทราบภายในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ และภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง
                          แนวปฏิบัติในการเก็บเบี้ยประกันภัยต้องไม่ขัดกับข้อกำหนดตามประกาศนี้
               ข้อ ๖ การเก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทให้กระทำได้โดย
                          (๑) ตัวแทนประกันวินาศภัยของบริษัท
                          (๒) นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท
                          (๓) พนักงานบริษัทที่ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท
                        ในกรณีผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงานบริษัท หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ที่มิได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัทให้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท หรือบุคคลหรือนิติบุคคลใด ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคลดังกล่าวโดยมอบกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารใดๆ ที่แสดงการรับประกันภัยของบริษัท ให้ถือว่าบริษัทได้รับชำระเบี้ยประกันภัยโดยถูกต้องแล้ว
                        ความในวรรคสองไม่เป็นเหตุให้บุคคลที่เกี่ยวข้องพ้นความผิดตามที่กฎหมายกำหนด

               ข้อ ๗ บริษัทต้องออกเอกสารแสดงการรับเงินของบริษัทให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกครั้งที่มีการรับเบี้ยประกันภัย
                        ในกรณีที่มีการรับเบี้ยประกันภัยโดยผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖ บริษัทจะต้องดำเนินการให้ผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทออกเอกสารการรับเงินของบริษัททุกครั้ง
               ข้อ ๘ บริษัทจะรับชำระเบี้ยประกันภัยที่เป็นตั๋วเงินได้ต่อเมื่อตั๋วเงินนั้นเป็นตั๋วเงินซึ่งพึ่งชำระเงินเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็น และบริษัทต้องเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินภายในสามวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับตั๋วเงินนั้น
               ข้อ ๙ เมื่อบริษัท หรือผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖ ได้รับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้ขอเอาประกันภัย ให้ถือว่าสัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับ
                        ทั้งนี้ ให้บริษัทเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยและรับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้ขอเอาประกันภัยให้ครบถ้วนทุกครั้งก่อนทำสัญญาประกันภัยหรือก่อนสัญญาประกันภัยเริ่มต้นมีผลคุ้มครอง

               ข้อ ๑๐ ในกรณีผู้ขอเอาประกันภัยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ให้มีสิทธิชำระเบี้ยประกันภัยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับหรือเริ่มต้นมีผลคุ้มครอง

               ข้อ ๑๑ ให้บริษัทจัดการให้ผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖ ส่งเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบสิบห้าวันปฏิทินให้แก่บริษัทภายในสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นรอบ ทั้งนี้บริษัทจะกำหนดรอบสิบห้าวันปฏิทินของผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทแต่ละรายเป็นวันใดก็ได้
                          การส่งเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทตามวรรคแรก ต้องเป็นเงินสดหรือตั๋วเงินตามที่กำหนดในข้อ ๘

               ข้อ ๑๒ ให้บริษัทจัดทำสมุดทะเบียนควบคุมการเก็บเบี้ยประกันภัยเพื่อให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยในสมุดทะเบียนให้มีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
                          ๑๒.๑ รายชื่อและรอบระยะเวลาการส่งเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทของผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖ แต่ละราย
                          ๑๒.๒ เลขที่กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทออกให้เพื่อแสดงการรับประกันภัยของบริษัท
                          ๑๒.๓ จำนวนเบี้ยประกันภัยค้างรับจากผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และจำนวนเงินเบี้ยประกันภัยค้างรับจากผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖
                          ๑๒.๔ อายุหนี้ของเบี้ยประกันภัยค้างรับตาม ๑๒.๓

               ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทตามข้อ ๖ ไม่ส่งเบี้ยประกันภัย ให้แก่บริษัทภายในกำหนดในประกาศนี้ ให้สัญญาประกันภัยยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป แต่ให้บริษัทบอกเลิกหรือระงับตั้งหรือมอบหมายหรือการมอบอำนาจให้บุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยนั้นเสีย จนกว่าบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวจะส่งเบี้ยประกันภัยที่ค้างชำระให้แก่บริษัทจนครบจำนวน หากบริษัทยังคงให้ผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทนั้นเป็นผู้ชักชวน ชี้ช่อง จัดการ หรือรับชำระเบี้ยประกันภัยในนามบริษัทต่อไป จะถือว่าบริษัทมีการดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑


(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

หมายเหตุ : เหตุผลที่ออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้การเก็บเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ สอดคล้องกับหลัก Cash before cover และควบคุมการนำส่งเบี้ยประกันภัยที่ตัวแทนประกันวินาศภัยและผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือให้เก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท จึงจำเป็นต้องออกประกาศนี้

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม : เหตุผลที่ออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้การเก็บเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ สอดคล้องกับหลัก Cash before cover และควบคุมการนำส่งเบี้ยประกันภัยที่ตัวแทนประกันวินาศภัยและผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือให้เก็บเบี้ยประกันภัยในนามบริษัท จึงจำเป็นต้องออกประกาศนี้
วันที่ประกาศ : ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
วันที่มีผลบังคับ : ๑ มกราคม ๒๕๕๒
ผู้ลงนาม : นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :  
หมวด ICP :
      เลขที่ ICP :   
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :