• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.๒๕๓๕ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๐, ๒๕๕๐, ๒๕๕๑)
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
 มาตรา ๖
 มาตรา ๖ ทวิ
 มาตรา ๖ ตรี
 มาตรา ๖ จัตรา
 มาตรา ๖ เบญจ
 มาตรา ๖ ฉ
 มาตรา ๖ สัตต
 มาตรา ๖ อัฏฐ
หมวด ๑ การประกันความเสียหาย
หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทน [๒๓]
หมวด ๓ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
หมวด ๔ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ.๒๕๕๑  
 
   
  ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ.๒๕๕๑
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ.๒๕๕๑
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา :

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง
โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕
พ.ศ.๒๕๕๑
____________________

               โดยที่ความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๐ บัญญัติให้ ในกรณีที่เจ้าของรถหรือบริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวนตามมาตรา ๒๓ (๑) หรือมาตรา ๒๓ (๕) แล้วแต่กรณี เมื่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไปตามมาตรา ๒๕ แล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเรียกเงินตามจำนวนที่ได้จ่ายไปนั้นคืนจากเจ้าของรถหรือบริษัท แล้วแต่กรณี พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒๐ ของจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นที่จ่ายจากกองทุนส่งเข้าสมทบกองทุนอีกต่างหากและโดยที่คำสั่งของนายทะเบียนดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองกำหนดให้ชำระเงิน ดังนั้นหากเจ้าของรถหรือบริษัทเพิกเฉยไม่ชำระค่าเสียหายเบื้องต้นพร้อมเงินเพิ่มคืนกองทุนตามคำสั่งนายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของนายทะเบียน นายทะเบียนมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถ หรือบริษัทนั้น และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้ตามมาตร ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
                ดังนั้น เพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถหรือบริษัทและขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ (๒) จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
 
                ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๕๑”
 
                ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
                ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๔๙
 
                ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
                “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย
                “นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมายให้เป็นนายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
                “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินตามระเบียบนี้
                “กองทุน” หมายความว่า กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
                “สำนักงาน” หมายความว่า ฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด หรือหน่วยงานอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียวกัน แล้วแต่กรณี
                “ผู้ประสบภัย” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยเนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น และให้หมายความรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
                “ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า เจ้าของรถหรือบริษัทผู้รับประกันภัยรถซึ่งอยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองให้ชำระเงินคืนกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
                “ยึด” หมายความว่า การกระทำใดๆ ต่อทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าหน้าที่
                “อายัด” หมายความว่า การสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่ายจ่ายโอน หรือกระทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สินหรือชำระหนี้แก่ผู้ต้องชดใช้เงิน แต่ให้ส่งมอบหรือชำระหนี้ต่อกองทุน
                “การขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำเอาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินออกขาย โดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย
                “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และให้หมายความรวมถึงผู้ทอดตลาดด้วย
 
หมวด ๑
บททั่วไป
____________
 
                ข้อ ๕ เลขาธิการเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน
 
                ข้อ ๖ หนังสือเตือนให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน คำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ใช้ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
 
                ข้อ ๗ การส่งหนังสือ คำสั่ง หรือประกาศตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙
 
                ข้อ ๘ ในกรณีนายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้นายทะเบียนมีหนังสือเตือนให้ผู้ต้องใช้เงินชำระเงินคืนกองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุด้วยว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน เลขาธิการมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้
 
                ข้อ ๙ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามข้อ ๘ ให้มีระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน
                ในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้ย่นเวลาการใช้มาตรการบังคับทางปกครองให้น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้
 
หมวด ๒
การยึดทรัพย์สิน
_______________
ส่วนที่ ๑
วิธีการยึดทรัพย์สิน
 
                ข้อ ๑๐ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดทรัพย์สินได้ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้สำนักงานที่ได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินโดยไม่ชักช้าและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ ๓๖ ถึงข้อ ๔๐ ในการนี้ อาจประสานงานกับสำนักงานในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่เพื่อช่วยดำเนินการให้ด้วยก็ได้
                การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
                (๑) ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้ต้องชดใช้เงิน ครอบครัวของผู้ต้องชดใช้เงิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย สถานที่ที่เคยย้ายไปดำรงตำแหน่งหรือทำงาน และภูมิลำเนาปัจจุบันด้วย
                (๒) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้ต้องชดใช้เงิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หุ้น หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ โดยประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว
                (๓) สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้ต้องชดใช้เงินในสำนักงาน บ้าน และที่อยู่อาศัยของผู้ต้องชดใช้เงิน หรือจากครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินไว้ในครอบครอง
                (๔) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ
                (๕) ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล
                ให้สำนักงานตามวรรคหนึ่งรายงานผลการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินให้เลขาธิการทราบทุกระยะสามเดือน
 
                ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานตามข้อ ๑๐ รายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้
                (๑) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต ให้รายงานต่อฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน
                (๒) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดให้รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค
                หลังจากฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาคได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ หรือได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปทำการยึดทรัพย์สิน ร่างคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ร่างประกาศยึดทรัพย์สินหรือร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี เพื่อให้เลขาธิการลงนาม ทั้งนี้ถ้าทรัพย์สินตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ เลขาธิการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเจ้าหน้าที่ก็ได้
 
                ข้อ ๑๒ เมื่อเลขาธิการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ เพื่อดำเนินการต่อไป
 
                ข้อ ๑๓ ถ้าในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินได้ระบุเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใดให้เจ้าหน้าที่ยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น
 
                ข้อ ๑๔ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่ และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน
 
                ข้อ ๑๕ ให้เจ้าหนี้ที่ไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน กับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สิน เช่น ครั่งและตราตีครั่งไปด้วย ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้
 
                ข้อ ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๕ ดำเนินการยึดทรัพย์สินด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น
                ถ้ามีผู้ใดขัดขวางในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงหรือว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก ก็ให้เจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้
 
                ข้อ ๑๗ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้ โดยได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
 
                ข้อ ๑๘ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่แสดงคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินต่อผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าว ให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น
 
                ข้อ ๑๙ เพื่อให้พบและทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเท่าที่จำเป็นที่จะค้นสถานที่ใดๆ อันเป็นของผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงาน หรือร้านค้าขาย เป็นต้น ที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสาร หรือแผ่นกระดาษ และที่จะกระทำการใดๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่นๆ แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ
 
                ข้อ ๒๐ ให้เจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินพร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาด แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ก็ไม่ปรากฏด้วยแล้ว ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด
 
                ข้อ ๒๑ เจ้าหน้าที่ย่อมไม่ยึดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้วหรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
 
                ข้อ ๒๒ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้เจ้าหน้าที่งดการยึดไว้ก่อน แล้วรีบรายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
                เมื่อยึดทรัพย์สินใดมาแล้ว ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่นให้เจ้าหน้าที่รายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้นต่อไป
 
                ข้อ ๒๓ การยึดที่ดิน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดินรับรองเพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้บันทึกในรายการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพ ทำเลที่ตั้ง และสิ่งอ้างอิงของที่ดินนั้น
 
                ข้อ ๒๔ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้นๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น
                ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ การยึดที่ไร่นาซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลจะยึดแต่ที่ดินไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติ หรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้
 
                ข้อ ๒๕ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าหน้าที่จดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย
 
                ข้อ ๒๖ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของผู้ต้องชดใช้เงิน เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เก็บเกี่ยวและเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจัดการให้ เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึด แล้วจึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด
 
                ข้อ ๒๗ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าหน้าที่บันทึกในรายการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้นๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคาใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น
 
                ข้อ ๒๘ การยึดย่อมครอบคลุมไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
 
                ข้อ ๒๙ ให้เจ้าหน้าที่แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว เช่น

                (๑) การยึดสิ่งของ ให้เจ้าหน้าที่ปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ ก็ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง
                (๒) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้
                (๓) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์ จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัว หรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอ หรือจะต้องเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงการรักษาสัตว์
 
                ข้อ ๓๐ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่น เรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ เรือยนต์มีระวางตั้งแต่หาตันขึ้นไป แพ หรือสัตว์พาหนะ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดทรัพย์สินนั้นไปยังกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชน์นาวีหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ด้วย แล้วแต่กรณี
                กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย
 
                ข้อ ๓๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขป หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อพร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่และพยานรับรองไว้
 
                ข้อ ๓๒ ห้ามยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินดังต่อไปนี้
                (๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในมาตร ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
                ในกรณีเลขาธิการเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตร ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้เป็นทรัพย์สินที่ห้ามยึดตามระเบียบนี้ก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้ต้องชดใช้เงิน
                (๒) เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อเลขาธิการขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว ให้เลขาธิการมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร
                (๓) วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของผู้ต้องชดใช้เงิน
                (๔) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายหรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
ทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูล โดยเฉพาะจดหมายหรือสมุดบัญชีต่างๆ นั้น ถ้าจำเป็นอาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้ แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด
                (๕) ทรัพย์สินของกสิกรตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป
 
                ข้อ ๓๓ ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ และราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้
 
                ข้อ ๓๔ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้
 
                ข้อ ๓๕ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม ให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย
                หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึด หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกินเจ็ดวัน
                ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าหน้าที่ที่ดินแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบเพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน
                เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้เจ้าหน้าที่รายงานการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่อเลขาธิการ
 
ส่วนที่ ๒
วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน
_________________
 
                ข้อ ๓๖ การประเมินราคาที่ดิน ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ประกอบกัน คือ
                (๑) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด โดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใดเช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชน อยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ หากเป็นที่ให้เช่า มีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด
                (๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยขายทอดตลาดไปแล้ว
                (๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด และของที่ดินข้างเคียง
                (๔) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
 
                ข้อ ๓๗ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดิน ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น
 
                ข้อ ๓๘ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นที่ติดจำนองหรือจำนำ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๓๖ และข้อ ๓๗ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนองหรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด
 
                ข้อ ๓๙ หากเลขาธิการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เองหรือมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาให้
                กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย เมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว ให้เจ้าหน้าที่แจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ
 
                ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท หากมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญพิเศษ หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ให้เลขาธิการสั่งให้ดำเนินการได้
 
ส่วนที่ ๓
การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน
_______________
 
                 ข้อ ๔๑ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สินโดยกล่าวอ้างว่าผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ก่อนเอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องขอเช่นว่านั้นให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของเลขาธิการ เว้นแต่
                (๑)   หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้เนิ่นช้า เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องขอวางเงินต่อเลขาธิการในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใดๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้ร้องขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านั้น ให้เลขาธิการยกคำร้องขอนั้นเสีย และมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป
                (๒)   ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า
 
ส่วนที่ ๔
การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด
________________
 
                ข้อ ๔๒ ทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้แล้ว ให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้าย ให้มอบให้แก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้
                การมอบทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้ให้แก่บุคคลอื่นดูแลรักษา ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
                (๑) ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินยอมรักรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้
                (๒) ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นไว้ในความดูแลรักษาของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้
                (๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้ เลขาธิการจะเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึกและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้
 
                ข้อ ๔๓ ให้เจ้าหน้าที่จดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินค่าจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด
 
                ข้อ ๔๔ ให้ผู้รับดูแลรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี หรือผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินก็ดี หรือผู้รับจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินก็ดี ทำหนังสือสัญญากับเลขาธิการ
ข้อ๔๕ ในกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด ให้เลขาธิการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกเรื่อง           
หมวด ๓
การอายัดทรัพย์สิน
_____________
ส่วนที่ ๑
วิธีการอายัดทรัพย์สิน
_____________
 
                ข้อ ๔๖ เมื่อเห็นสมควรใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการอายัดทรัพย์สินตามมาครา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในกรณีเลขาธิการมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการอายัดทรัพย์สินโดยเร็ว
 
                ข้อ ๔๗ ภายใต้บังคับข้อ ๔๖ ในกรณีที่ยังไม่มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน ให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ หรือเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี รายงานการสืบหาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินและขออนุญาตอายัดทรัพย์สิน พร้อมทั้งเสนอร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินเพื่อให้เลขาธิการลงนาม
                เมื่อเลขาธิการอนุญาตและลงนามในคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการต่อไป
 
                ข้อ ๔๘ เจ้าหน้าที่อาจอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบหรือโอนหรือชำระให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงิน ในการอายัดดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิหรือรับรองสิทธิให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับการส่งมอบหรือรับการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิ หรือได้รับการชำระเงินเช่นว่านั้น
                ให้นำความในหมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน ส่วนที่ ๑ วิธีการยึดทรัพย์สิน มาปฏิบัติกับวิธีการอายัดทรัพย์สินโดยอนุโลม
 
                ข้อ ๔๙ เจ้าหน้าที่ย่อมไม่อายัดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว หรือทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
                เมื่ออายัดทรัพย์สินใดแล้ว ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินทีอายัดนั้นเป็นของบุคคลอื่นหรือไม่มีความจำเป็นต้องอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไปแล้ว ให้เจ้าหน้าที่รายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไป
 
                ข้อ ๕๐ ห้ามอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินดังต่อไปนี้
                (๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้และเงินรายได้เป็นคราวๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพเป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เลขาธิการเห็นสมควร
                (๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คุ่สมรถหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น
                (๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างจ่ายให้บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรถหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เลขาธิการเห็นสมควร
                (๔) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ผู้ต้องชดใช้เงินได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เลขาธิการเห็นสมควร
                ในการกำหนดจำนวนเงินตาม (๑) และ (๓) ให้เลขาธิการกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงฐานะทางครอบครัวของผู้ต้องชดใช้เงิน และจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของผู้ต้องชดใช้เงินด้วย
 
ส่วนที่ ๒
การคัดค้านการอายัดทรัพย์สิน
_________________
 
                ข้อ ๕๑ ถ้าบุคคลใดซึ่งอยู่ใต้บังคับของคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน ให้เจ้าหน้าที่ทำการไต่สวนตรวจสอบ หากปรากฏว่าหนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้บุคคลนั้นปฏิบัติตามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนดอีกครั้ง ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้เจ้าหน้าที่รายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการฟ้องคดีกับบุคคลดังกล่าวให้รับผิดเสมือนหนึ่งบุคคลนั้นเป็นผู้ต้องชดใช้เงิน รวมทั้งค่าแห่งความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินด้วย
                ถ้าไม่มีการคัดค้านการอายัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ซึ่งอยู่ใต้บังคับของคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเช่นเดียวกับที่กล่าวในวรรคหนึ่ง
 
ส่วนที่ ๓
การจัดการทรัพย์สินที่อายัด
_______________
 
                ข้อ ๕๒ ทรัพย์สินที่อายัด ให้จัดการดังต่อไปนี้
                (๑) ถ้าเป็นพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ที่เป็นประกันซึ่งผู้ต้องชดใช้เงินได้ออกให้แก่ผู้ถือหรืออกในนามของผู้ต้องชดใช้เงิน เจ้าหน้าที่อาจร้องขอต่อเลขาธิการมิให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งเหล่านั้นตามรายการขานราคาในวันที่ขายก็ได้ หากสิ่งเหล่านั้นมีรายการขานราคากำหนดไว้ ณ สถานแลกเปลี่ยนหรือถูกยกคำขอเสีย ก็ให้ขายพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นโดยวิธีการขายทอดตลาด
                (๒) ถ้าเป็นตราสารเปลี่ยนมือ เช่น ตั๋วเงิน เจ้าหน้าที่อาจร้องขอให้เลขาธิการมีคำสั่งอนุญาตจำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตราสารหรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่เลขาธิการเห็นสมควร ถ้าเลขาธิการยกคำเสีย ก็ให้ขายตราสารเปลี่ยนมือนั้นโดยวิธีการขายทอดตลาด
                (๓) ถ้าสิ่งของที่จะต้องส่งมอบตามสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้นได้ส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่แล้ว ก็ให้นำออกขายโดยวิธีการขายทอดตลาด
                (๔) ถ้าการจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้นกระทำได้โดยยากเนื่องจากการชำระหนี้นั้นต้องอาศัยการชำระหนี้ตอบแทน หรืออาจต้องด้วยเหตุผลอื่นอันจะทำให้การชำระหนี้นั้นเนิ่นช้าออกไปอีกและอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ เมื่อบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าหน้าที่ร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องนั้นโดยวิธีการอื่นก็ได้
 
หมวด ๔
การขายทอดตลาดทรัพย์สิน
______________
ส่วนที่ ๑
คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน
______________
 
                ข้อ ๕๓ ในการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดขึ้นคณะหนึ่ง โดยแต่งตั้งจากพนักงานของสำนักงานตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับพนักงานปฏิบัติงานจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน และให้กรรมการคนใดคนหนึ่งตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับพนักงานชำนาญงาน เจ้าหน้าที่อาวุโส หรือเทียบเท่า เป็นประธานกรรมการ ในกรณีจำเป็นจะแต่งตั้งบุคคลอื่นที่เห็นสมควรเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้
ส่วนที่ ๒
วิธีการขายทอดตลาดทรัพย์สิน
______________
 
                ข้อ ๕๔ ให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ รายงานและขออนุญาตขายทรัพย์สินที่ได้ยึดหรืออายัดไว้โดยวิธีการขายทอดตลาด พร้อมทั้งเสนอร่างคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปทำการยึดหรือายัดทรัพย์สิน สำเนาคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน สำเนาประกาศยึดทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน เป็นต้น รวมทั้งความเห็นว่าควรขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้ในรายงานเสนอให้เลขาธิการอนุญาตและลงนามในคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเสร็จสิ้น
 
                ข้อ ๕๕ เมื่อเลขาธิการลงนามในคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว ให้เจ้าหน้าที่จัดทำประกาศเรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขาย เช่น ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน วันเวลา และสถานที่ที่จะขาย ชื่อ ประเภท ลักษณะ จำนวน ขนาด น้ำหนัก และภาระติดพันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นๆ เป็นต้น ถ้าเป็นที่ดิน ให้แจ้งเนื้อที่อาณาเขตกว้างยาว ชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง สถานที่ตั้งพร้อมทั้งแผนที่โดยสังเขป เสนอประธานกรรมการเพื่อลงนาม
 
                ข้อ ๕๖ เมื่อประธานกรรมการลงนามในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว ให้เจ้าหน้าที่จัดส่งสำเนาประกาศนั้น ให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงินและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่จะขายทอดตลาด สถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ที่ชุมนุมชน และสถานที่ราชการที่เห็นสมควร ก่อนกำหนดวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
                ถ้าประธานกรรมการเห็นสมควร จะลงประกาศโฆษณาการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นในหนังสือพิมพ์รายวันหรือทางวิทยุกระจายเสียงหรือทางโทรทัศน์หรือทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก่อนกำหนดวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก็ได้
 
                ข้อ ๕๗ การกำหนดวันขายทอดตลาดในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้กำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้
                (๑) ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น กำหนดวันขายไม่น้อยกว่าสามสิบวัน แต่ไม่เกินเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ที่ลงในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน
                (๒) โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ หรือสังหาริมทรัพย์อื่น กำหนดวันขายไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน แต่ไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ที่ลงในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน
                (๓) ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน คณะกรรมการอาจขายทอดตลาดทรัพย์สินได้เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อยห้าวัน นับแต่วันที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเสร็จสิ้น
                ในกรณีของสดหรือของเสียง่าย ให้นำออกขายทอดตลาดได้ทันทีหรือดำเนินการโดยวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควร
                (๔) เมื่อประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินไปแล้ว กรณีมีความจำเป็น คณะกรรมการอาจเลื่อนหรืองดการขายทอดตลาดนั้นก็ได้
 
                ข้อ ๕๘ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้คณะกรรมการปฏิบัติดังต่อไปนี้
                (๑) การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ติดจำนอง ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจำนองทราบถึงวันเวลาและสถานที่ที่จะทำการขายทอดตลาด พร้อมทั้งให้สอบถามผู้รับจำนองถึงรายละเอียดของภาระจำนอง เช่น ต้นเงิน ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ตลอดจนวิธีการขายทอดตลาดว่าประสงค์จะให้ขายโดยติดจำนองหรือปลอดจำนอง ถ้าผู้รับจำนองไม่มีหนังสือตอบรับแจ้งให้ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว ก็ให้ขายทรัพย์สินนั้นโดยติดจำนอง ในกรณีที่ได้รับแจ้งจากผู้รับจำนองว่าประสงค์ให้ขายทรัพย์สินนั้นโดยปลอดจำนอง คณะกรรมการอาจขายทรัพย์สินนั้นโดยติดจำนองก็ได้ถ้าได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
                การขายทรัพย์สินโดยติดจำนอง ให้แสดงรายชื่อผู้รับจำนอง พร้อมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระจนถึงวันขาย และข้อความว่าผู้ใดซื้อทรัพย์สินนั้นต้องรับภาระจำนองติดไปด้วย ไว้ในประกาศเรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยชัดเจน
                การขายทรัพย์สินโดยปลอดจำนอง การกำหนดราคาขายให้พิจารณาถึงต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระจนถึงวันขายรวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และเงินที่ผู้ต้องชดใช้เงินต้องชำระ ถ้าคาดหมายว่าเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ไม่อาจปลดเปลื้องหนี้ได้หรือหากขายทอดตลาดแล้วเจ้าหนี้จำนองจะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นไปทั้งหมด ก็ให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นๆ และรายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการเป็นรายๆ ไป
                การขอรับชำระหนี้ของผู้รับจำนอง ให้ถือเอาหนังสือตอบรับของผู้รับจำนองตามวรรคหนึ่งเป็นคำขอรับชำระหนี้จำนอง ก่อนจ่ายเงินชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ย ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนว่าหนี้จำนองและดอกเบี้ยเป็นหนี้บุริมสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญหรือไม่ และผู้รับจำนอง ได้ปลดหนี้จำนองให้แล้ว พร้อมทั้งให้ขอใบรับยึดถือไว้เป็นหลักฐานในการชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ยด้วย จึงจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจำนองได้
                (๒) การขายทอดตลาดตู้นิรภัย กำปั่นเหล็ก ตู้ หีบ หรือที่เก็บของอื่นๆ ให้คณะกรรมการจัดการเปิดเสียก่อนจึงจะขายได้
                (๓) การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทซึ่งผู้ยึดถือหรือครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเสียก่อน เช่น อาวุธปืน เป็นต้น ให้ผู้ซื้อวางมัดจำไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ของราคาซื้อ และให้ผู้ซื้อจัดการนำใบอนุญาตมาแสดงภายในสามสิบวัน พร้อมทั้งชำระเงินที่ค้างให้ครบถ้วน ถ้าพ้นกำหนดแล้ว ผู้ซื้อไม่สามารถนำใบอนุญาตมาแสดงได้ ก็ให้ริบเงินมัดจำนั้น และให้ขายทอดตลาดใหม่ได้
                (๔) การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จะต้องมีใบอนุญาตกำกับ เช่น สุราจำนวนตั้งแต่ ๑๐ ลิตรขึ้นไป ให้คณะกรรมการขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจัดการออกใบอนุญาตขนสุราให้แก่ผู้ซื้อด้วย
                (๕) การขายทอดตลาดทรัพย์สินหลายสิ่ง ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
                       (ก) ให้แยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกัน แต่คณะกรรมการมีอำนาจ
                                 ๑) จัดสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีราคาเล็กน้อยรวมขายเป็นกองๆ ได้
                                 ๒) จัดสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์สองสิ่งหรือกว่านั้นขึ้นไป รวมขายไปด้วยกันได้ ถ้าเป็นที่คาดหมายว่าเงินรายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น
                       (ข) ในการขายอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และทรัพย์สินนั้นอาจแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ ได้ คณะกรรมการมีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นเป็นส่วนๆ ได้ ถ้าเป็นที่คาดหมายว่าเงินรายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น
                       (ค) การขายทรัพย์สินหลายสิ่งด้วยกัน คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดลำดับที่จะขายทรัพย์สินนั้นได้
                       (ง) บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด อาจร้องขอให้คณะกรรมการรวมหรือแยกหรือให้ขายทรัพย์สินนั้นตามลำดับที่กำหนดไว้หรือจะร้องคัดค้านการขายของคณะกรรมการตาม (ก) หรือ (ค) ก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำคัดค้านเช่นว่านั้น ผู้มีส่วนได้เสียจะยื่นคำขอต่อเลขาธิการโดยทำเป็นคำร้อง ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันปฏิเสธ เพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องนั้นก็ได้
 
                ข้อ ๕๙ วิธีการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้คณะกรรมการดำเนินการดังต่อไปนี้
                       (๑) ก่อนเริ่มขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปักธงหรือเครื่องหมายการขายทอดตลาดและอ่านประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน ณ สถานที่ที่ขายโดยเปิดเผย
                       (๒) คณะกรรมการจะใช้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าสู่ราคาในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ตนเป็นผู้จัดการขายไม่ได้
                       (๓) เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าทรัพย์สินที่ทำการขายทอดตลาดมีมูลค่าสูงมากหรือมีผู้ใดจะสู้ราคาโดยไม่สุจริตหรือไม่สามารถจะชำระราคาได้ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการวางหลักประกันที่เชื่อถือได้ตามที่เห็นสมควร
                       (๔) การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ผู้ทอดตลาดแสดงความตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด ถ้ายังไม่ได้แสดงเช่นนั้น ผู้สู้ราคาจะถอนคำสู้ราคาก็ได้
                       (๕) ให้ผู้ทอดตลาดร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่งและกล่าวคำว่า “หนึ่ง” ๓-๔ หน เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้นและผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดไม่คัดค้านราคา และคณะกรรมการเห็นว่าได้ราคาพอสมควรแล้ว ก็ให้ผู้ทอดตลาดกล่าวคำว่า “สาม” พร้อมกับเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด แต่ถ้าก่อนเคาะไม้หรือแสดงกิริยาดังกล่าว มีผู้สู้ราคาสูงขึ้นไปอีก ก็ให้ร้องขานราคานั้นตั้งต้นใหม่ตามลำดับ
                       กรณีผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดคนใดคนหนึ่งคัดค้าราคา ให้คณะกรรมการเลื่อนการขายออกไปนัดหนึ่ง และในนัดต่อไป หากราคาที่มีผู้เสนอไม่ต่ำกว่าราคาที่เสนอไว้ในครั้งก่อนและคณะกรรมการเห็นว่าเป็นราคาที่สมควรขาย ก็ให้ดำเนินการขายทอดตลาดและเคาะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดดังกล่าว
                       (๖) ถ้าผู้สู้ราคาถอนคำสู้ราคาของตนเสียก่อนที่ผู้ทอดตลาดจะเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด ให้ผู้ทอดตลาดตั้งต้นร้องขานราคาใหม่
                       (๗) ในการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้คณะกรรมการบันทึกเหตุการณ์ในการขายทอดตลาดไว้ทุกครั้ง โดยให้มีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
                                 (ก) จำนวนบุคคลซึ่งมาฟังการขายและสู้ราคา
                                 (ข) ในการสู้ราคาทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ ให้บันทึกชนิดของทรัพย์สิน ชื่อและราคาของผู้ให้ราคาสูงสุด รวมทั้งชื่อและราคาของผู้ให้ราคาตามลำดับรองลงมาด้วย
                                       กรณีการสู้ราคาทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ ให้บันทึกชนิดของทรัพย์สิน ชื่อและราคาของผู้ให้ราคาสูงสุดเท่านั้น
                                 (ค) คณะกรรมการขายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
                                 (ง) คณะกรรมการและผู้ทอดตลาดต้องลงนามและวันเดือนปีกำกับไว้ด้วย
 
                ข้อ ๖๐ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
                       (๑) เมื่อผู้ทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแล้ว ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินทันที เว้นแต่ทรัพย์สินมีราคาตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป คณะกรรมการอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางมัดจำไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ของราคาซื้อและให้ทำสัญญาใช้เงินที่ค้างชำระภายในเวลาไม่เกินสิบห้าวัน นับแต่วันที่ซื้อนั้นก็ได้
                       (๒) ถ้าผู้ซื้อวางมัดจำไว้แล้วไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนดตามสัญญา ให้ริบเงินมัดจำที่ผู้ซื้อวางไว้ และถือว่าเงินมัดจำนั้นเป็นเงินส่วนหนึ่งจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน ย่อมนำไปชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินและเงินที่ผู้ต้องชดใช้เงินต้องชำระ โดยให้คณะกรรมการเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดใหม่ได้
                       (๓) กรณีผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด การชำระราคานั้นจะขอหักส่วนของตนออกจากราคาซื้อก็ได้
 
                ข้อ ๖๑ เมื่อการขายทอดตลาดบริบูรณ์โดยผู้ทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแล้ว ถ้าผู้ซื้อไม่ชำระเงินหรือไม่วางมัดจำตามสัญญา ให้คณะกรรมการเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดซ้ำอีกและแจ้งให้ผู้ซื้อเดิมทราบกำหนดวันเวลาขายด้วย เมื่อขายได้เงินเท่าใดโดยหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแล้ว ยังไม่คุ้มราคาที่ขายทอดตลาดได้ในครั้งก่อน ให้เรียกร้องให้ผู้ซื้อเดิมชำระเงินส่วนที่ยังขาดนั้น
 
                ข้อ ๖๒ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าราคาซื้อที่มีผู้สู้ราคาสูงสุดนั้นยังไม่เพียงพออาจถอนทรัพย์สินนั้นจากการขายทอดตลาดได้ แล้วดำเนินการประกาศขายใหม่โดยไม่ต้องขออนุญาตเลขาธิการในการขายทอดตลาดอีก
 
                ข้อ ๖๓ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดสถานที่ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สิน
 
                ข้อ ๖๔ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว ให้คณะกรรมการรายงานผลการขายทอดตลาดนั้นให้เลขาธิการทราบทุกครั้ง ภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันที่มีการขายทอดตลาด
                ในกรณีที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไม่ได้ ก็ให้รายงานเลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
 
ส่วนที่ ๓
การคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สิน
______________________
 
                ข้อ ๖๕ ถ้าคณะกรรมการได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบ เช่น มิได้ส่งประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น ผู้ต้องชดใช้เงินหรือผู้มีส่วนได้เสียซึ่งต้องเสียหายจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น อาจยื่นคำร้องต่อเลขาธิการขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวัน นับแต่ทราบการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยไม่ถูกต้องนั้น
ส่วนที่ ๔
การโอนและการส่งมอบทรัพย์สิน
_____________
 
                ข้อ ๖๖ เมื่อผู้ซื้อชำระเงินครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ให้โอนและส่งมอบทรัพย์สินดังต่อไปนี้
                (๑) ทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ ให้คณะกรรมการส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้ผู้ซื้อไปได้
                (๒) ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย เช่น เรือกำปั่น เรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ เรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ สัตว์พาหนะ หรือสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ต้องแก้ทะเบียนชื่อผู้เป็นเจ้าของ เช่น อาวุธปืน รถยนต์ เป็นต้น ให้คณะกรรมการแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นๆ จัดการโอนหรือแก้ทะเบียนชื่อผู้เป็นเจ้าของให้ต่อไป
 
หมวด ๕
การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
______________
 
                ข้อ ๖๗ การอุทธรณ์คำสั่งหรือประกาศให้ยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน คำสั่งหรือประกาศให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน หรือคำสั่งทางปกครองอื่น ให้ปฏิบัติตามส่วนที่ ๕ การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
 
หมวด ๖
การถอนการบังคับทางปกครอง
_______________
 
                ข้อ ๖๘ ให้เจ้าหน้าที่ถอนการบังคับทางปกครองในกรณีดังต่อไปนี้
                (๑) เมื่อผู้ต้องชดใช้เงินได้วางเงินต่อเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนพอชำระหนี้ที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ
                (๒) เลขาธิการมีคำสั่งให้ถอนการบังคับทางปกครอง
 
                ข้อ ๖๙ ภายใต้บังคับข้อ ๖๘ เมื่อได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว ถ้าได้ถอนการบังคับทางปกครองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน แล้วแต่กรณี และคืนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรือถูกอายัดไป เว้นแต่เลขาธิการจะสั่งเป็นอย่างอื่น และให้แจ้งการถอนกานยึดหรืออายัดแก่ผู้ต้องชดใช้เงินและผู้ถูกอายัดทรัพย์สินนั้นให้ทราบด้วย แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ
 
                ข้อ ๗๐ ให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเดียวกับที่กำหนดไว้ในตาราง ๕ ค่าธรรมเนียมเจ้าหน้าที่บังคับคดี ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และเมื่อผู้ต้องชดใช้เงินชำระครบถ้วนแล้ว จึงถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น
หมวด ๗
การรับและจ่ายเงิน
___________
 
                ข้อ ๗๑ การรับเงิน การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงิน และการเบิกจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปฏิบัติตามระเบียบซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
 
                ข้อ ๗๒ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้หักเป็นเงินที่ผู้ต้องชดใช้เงินต้องชำระ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ กรณีที่มีเงินเหลือจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้คณะกรรมการมอบเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ
                        
ประกาศ ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
 


(นางจันทรา บูรณกฤกษ์)
เลขาธิการ
คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
 
 

 

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑
วันที่มีผลบังคับ : วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้ลงนาม : นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ : มาตรา ๔๔
หมวด ICP :
      เลขที่ ICP :   
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๒๖      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :