• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๙  
 
   
  ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๙
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๙
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา :

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ (๑๑) และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกัและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษทประกันวินาศภัย พ.ศ.๒๕๕๙" ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมือพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย “บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตาม กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัย ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันวินาศภัย “สํานักงานใหญ่” หมายความรวมถึงสํานักงานสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ข้อ ๔ ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับบริษัททีได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเฉพาะประกันภัยต่อ ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศนี ข้อ ๖ บริษัทต้องจัดให้มีระบบงานจัดการการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตาม สัญญาประกันภัยที่มีความพร้อม โดยมีลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) มีหน่วยงานรับแจ้งเหตุหรือช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี (๒) มีระบบสอบทานความถูกต้องของข้อมูลการรับประกันภัยและข้อมูลเกี่ยวกับการ เรียกร้องการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่ชัดเจนสามารถติดตามตรวจสอบได้ (๓) มีระบบการบันทึกข้อมูลการรับแจ้งเหตุและออกเลขรับแจ้งการเรียกร้องการ ชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่เชื่อมโยงข้อมูลการบันทึกรายการกับข้อมูล ประมาณการค่าสินไหมทดแทนและข้อมูลการอนุมัติการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา ประกันภัย รวมถึงมีระบบการบันทึกการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวทุกครั้ง (๔) มีระบบงานสนับสนุน เพื่อสนับสนุนระบบงานจัดการการชดใช้เงิน หรือ ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยบริษัทต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของระบบงานที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น ข้อมูลจากการรับ ประกันภัยเชื่อมโยงกับระบบงานการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย และระบบ การรับและจ่ายเงินของบริษัท (๕) มีระบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสํานักงานใหญ่และสาขาที่ทําให้เชื่อมั่นว่า ข้อมูลที่รับแจ้ง และข้อมูลเกี่ยวกับการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยต่างๆ ที่สาขาดําเนินการนั้นถูกบันทึกอย่างถูกต้องครบถ้วน ข้อ ๗ บริษัทต้องกําหนดให้ผู้มีอํานาจหน้าที่ในการพิจารณาเพื่ออนุมัติการชดใช้เงิน หรือ ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย และผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติการจ่ายเงิน ให้เป็นไป ตาม หลักการถ่วงดุลอํานาจภายในองค์กร (check and balance) ข้อ ๘ เมื่อบริษัทได้รับแจ้งเหตุ หรือมีการเรียกร้องให้ซูดใช้เงิน หรือค่าสินไหม ทดแทนตามสัญญาประกันภัย ให้บริษัทดําเนินการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกข้อมูลการรับแจ้งเหตุ หรือการเรียกร้อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวไปบันทึก รายการในสมุดทะเบียนค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้อง และสมุดบัญชีของบริษัท ภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งออกเลขที่ตรวจสอบรายการความเสียหาย และประมาณการ ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ทั้งนี้ (ก) กรณีที่ต้องมีการสํารวจภัย ให้บริษัทแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่ง เจ้าหน้าที่ไปสํารวจภัย ณ ที่เกิดเหตุ หรือสถานที่ที่ผู้เอาประกันภัยนัดหมาย และออกเอกสารการ รับแจ้งเหตุ หรือใบตรวจสอบรายการความเสียหายให้กับผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือ ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้นํามาติดต่อกับบริษัทหรือดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป (ข) กรณีที่ไม่ต้องมีการสํารวจภัย ให้บริษัทแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ทราบถึงเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ต้องใช้ ประกอบการเรียกร้อง ช่องทางการติดต่อกับบริษัท และระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงประมาณการค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ต้องมีการบันทึก ทุกครั้งและสามารถตรวจสอบสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้ (๒) จัดให้มีกระบวนการในการพิจารณาความเสียหาย การประเมินความเสียหาย การทดสอบที่จําเป็นต่างๆ เพื่อให้การตีมูลค่ามีความเที่ยงตรงน่าเชื่อถือ ตลอดจนสื่อสารเพื่อความ เข้าใจที่ตรงกันกับผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ที่จะทําให้กระบวนการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยเป็นที่ ยอมรับและลดการโต้แย้งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง (๓) ดําเนินการพิจารณาและชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่บริษัทกําหนด ทั้งนี้ไม่เกินระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาประกันภัย หรือที่กฎหมายกําหนด และแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิ เรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาข้างต้น - (๔) บันทึกผลการพิจารณาและการอนุมัติการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตาม สัญญาประกันภัยในระบบงาน หรือระบบข้อมูลโดยเร็ว (๕) กรณีบริษัทตกลงชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ตาม (๓) แล้ว ให้บริษัทจัดให้มีกระบวนการติดตามให้ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิ เรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี มารับเงิน หรือค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ในระหว่างที่ สิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนยังไม่ขาดอายุความ ในกรณีที่บริษัทได้ชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยเป็นเช็ค และผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ยังไม่ได้ไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร จนเลยระยะเวลาที่จะเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้ ให้ถือว่าเป็น ค่าสินไหมทดแทนค้างจ่าย และบริษัทต้องดําเนินกระบวนการติดตามให้บุคคลดังกล่าวมารับเงิน หรือ ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง (๖) ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา ประกันภัย หรือไม่สามารถตกลงกําหนดจํานวนเงิน หรือค่าสินไหมทดแทนได้ ให้บริษัทแจ้งแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณีเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลของการปฏิเสธ พร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตาม กรมธรรม์ประกันภัย หรือชีแจงเหตุที่ไม่อาจชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจํานวนที่เรียกร้องได้ ทั้งนี้ ในหนังสือทีแจ้งให้ระบุช่องทาง และวิธีการติดต่อบริษัทในกรณีทีผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการพิจารณาและซดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ข้อ ๙ ในกรณีที่บริษัทมีการว่าจ้างบุคคลภายนอกเป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการ ดําเนินการตามประกาศนี้ บริษัทต้องจัดให้มีสัญญาว่าจ้าง โดยสาระสําคัญในสัญญาต้องมีรายละเอียด เกี่ยวกับอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายดําเนินงาน รายละเอียดค่าใช้จ่ายประกอบการดําเนินงานระยะเวลาการดําเนินงานที่เกียวข้องกับการให้บริการแก่บริษัท โดยบริษัทต้องควบคุมกํากับให้บุคคล ดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามสัญญาและมาให้ถ้อยคํา ความเห็น หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับกรณีการใช้บริการจากบุคคลภายนอกโดยได้รับ อนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๐ บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงานรับเรืองร้องเรียนขืนภายในบริษัท เพื่อพิจารณา เรื่องร้องเรียน ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี มีความประสงค์จะให้บริษัทดําเนินการพิจารณา และดำเนินงานภายใต้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ผู้บริหารที่มีอํานาจตัดสินใจชี้ขาดเรื่องร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมการดําเนินการ และ พิจารณาการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย (๒) ในกรณีเรืองร้องเรียนทีมีความยุ่งยากซับซ้อนหรือมีค่าเสียหายมูลค่าสูง ให้การชี้ขาดเรื่องร้องเรียน ดําเนินการในรูปคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้บริหารที่มีอํานาจตัดสินใจชี้ขาด เรืองร้องเรียน ผู้รับผิดชอบหน่วยงานพิจารณาสินไหมทดแทน หน่วยงานรับประกันภัย หน่วยงาน กฎหมาย และหน่วยงานดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายบริษัทอาจกําหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งแตกต่างไปได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท (๓) ให้หน่วยรับเรืองร้องเรียนพิจารณาเรืองร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่บริษัทกําหนด แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันทีได้รับเรืองร้องเรียนหรือเอกสารเพิมเติม (ถ้ามี) (๔) กรณีบริษัทตกลงชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้บริษัทดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด (๕) กรณีที่หน่วยงานรับเรืองร้องเรียนยืนยันตามความเห็นของเจ้าหน้าที่ตาม ข้อ ๘ (๖) ให้แจ้งเป็นหนังสือถึงผู้ร้องเรียน โดยระบุเหตุแห่งการปฏิเสธ พร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไข ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือชี้แจงเหตุที่ไม่อาจซดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจํานวนที่เรียกร้องได้ ให้แก่ผู้ร้องเรียน (๖) ให้บริษัทจัดเก็บข้อมูลการดําเนินการ เพื่อรายงานต่อสํานักงานเมื่อมีการร้องขอ ข้อ ๑๑ บริษัทต้องมีความพร้อมด้านบุคลากรอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ และ จัดให้มีคู่มือระบบงานตามข้อ ๖ คู่มือการดําเนินงานตามข้อ ๘ และคู่มือการดําเนินงานของหน่วยงาน รับเรืองร้องเรียนตามข้อ ๑๐ รวมทั้งคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับเป็น ลายลักษณ์อักษร ที่เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับแนวทางการดําเนินธุรกิจของบริษัท และสามารถให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทแก้ไขเพิ่มเติมคู่มือ ดังกล่าว รวมถึงระบบงานและกระบวนการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องได้ตามสมควร ข้อ ๑๒ บริษัทต้องเปิดเผยขันตอนและกระบวนการในการเรียกร้องให้ชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย สําหรับการประกันภัยแต่ละประเภท ในเว็บไซต์ของ บริษัท ให้ประชาชนทั่วไปทราบ และให้ระบุเอกสารหลักฐานทั้งหมดทีผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ต้องใช้ในการเรียกร้องให้ชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย และช่องทางการติดต่อกับบริษัท รวมถึงระยะเวลาทีใช้ในการ พิจารณาและชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย และให้บริษัทนําส่งรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการ เอกสารหลักฐานทั้งหมด ช่องทางการติดต่อกับบริษัท และ ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้สํานักงานตามวิธีการที่สำนักงานกำหนด ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และวันที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ เว้นแต่ มีเหตุผลอันควร ให้บริษัทขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีก แต่ไม่เกินหกสิบวัน ทั้งนี้สำนักงานอาจสั่งให้บริษัทแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดดังกล่าวได้ตามสมควร ข้อ ๑๓ กรณี บริษัทมีค่าสินไหมทดแทนล่วงพ้นอายุความที่กฎหมายกําหนด ให้บริษัทนําส่งกองทุนประกันวินาศภัยตามหลักเกณฑ์ที่กองทุนประกันวินาศภัยกําหนด ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ ๒๕๕๙ (นายสมชัย สัจจพงษ์) ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559
วันที่มีผลบังคับ : หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
ผู้ลงนาม : (นายสมชัย สัจจพงษ์) ปลัดกระทรวงการคลัง
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :

 

หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  15
หมายเหตุ :

หมายเหต - เพื่อเสริมสร้างกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยให้มี ประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนและผู้เอาประกันภัยให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญของการสร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ธุรกิจประกันภัย ซึ่งหัวใจของการบริการในธุรกิจ ประกันภัยคือ การชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยนั้น พึงอยู่ในระดับที่ดีเป็นที่ ยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยการพิจารณาและชดใช้ที่เป็นธรรม ยุติธรรม และรวดเร็ว เพื่อบรรเทาความ เสียหาย ความเดือดร้อน ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามเจตนารมณ์ของสัญญาประกันภัย จึงจําเป็นต้องออก ประกาศนี้

 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๔๙ มาตรา ๓๗    
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :