• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการ ความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล พ.ศ. ๒๕๖๑  
 
   
  ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการ ความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล พ.ศ. ๒๕๖๑
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการ ความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล พ.ศ. ๒๕๖๑
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา : ความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลถือเป็นความเสี่ยงสําคัญด้านปฏิบัติการที่อาจส่งผลกระทบ ต่อรายได้ เงินกองทุน ชื่อเสียง หรือการดํารงอยู่ของบริษัทประกันภัย รวมถึงความเชื่อมั่นของ ประชาชนที่มีต่อธุรกิจประกันภัย ดังนั้น เพื่อให้บริษัทมีกระบวนการและมาตรการในการบริหาร จัดการความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล จึงเห็นควรกําหนดแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน การฉ้อฉล เพื่อให้บริษัทสามารถยับยั้ง ป้องกัน ตรวจหา รายงาน จัดการ และเยียวยาความเสียหาย จากการฉ้อฉล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๗ (๑๒) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับ มติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ ๕/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๔/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหาร จัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “ประกาศการบริหารจัดการความเสี่ยง” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการ กํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนด มาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการความเสี่ยงอื่นใดที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา ๓๗ (๑๒) แห่งกฎหมายว่าด้วย ประกันวินาศภัย “การฉ้อฉล” หมายความว่า การกระทําหรือการละเว้นการกระทําโดยทุจริต หลอกลวง เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าผู้ได้รับประโยชน์จากการฉ้อฉลจะเป็น บุคคลที่กระทําการฉ้อฉลเอง หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็ตาม 92 “การฉ้อฉลภายใน” หมายความว่า การฉ้อฉลต่อบริษัท ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย หรือผู้เสียหาย โดยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือลูกจ้าง ไม่ว่าจะโดยลําพังหรือร่วมกับบุคคลอื่นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร “การฉ้อฉลภายนอก” หมายความว่า การฉ้อฉลต่อบริษัท ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย หรือผู้เสียหาย โดยผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย บุคคลที่บริษัทมอบหมาย หรือบุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท “นโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล” หมายความว่า นโยบายที่แสดงให้เห็น ถึงกระบวนการและมาตรการในการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล ทั้งการฉ้อฉลภายใน และการฉ้อฉล ภายนอก “คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัทตามกฎหมาย ว่าด้วยประกันวินาศภัยและให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการบริหารสาขาของบริษัทประกันวินาศภัย ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย ประกันวินาศภัย ซึ่งต้องมีผู้จัดการสาขาเป็นกรรมการรวมอยู่ด้วย “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ ผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารสี่รายแรกนับต่อจาก ผู้จัดการลงมา ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารรายที่สี่ทุกราย และให้ หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารในสายงานบัญชีหรือการเงินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่าย ขึ้นไปหรือเทียบเท่า “ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็น ผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม “คณะกรรมการตรวจสอบ” หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบตามประกาศ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และการควบคุมภายในของบริษัทประกันวินาศภัย “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย หมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กํากับดูแลให้บริษัทดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่ระบุในประกาศนี้ ข้อ ๕ การบริหารจัดการความเสี่ยงแบบองค์รวมให้เป็นไปตามประกาศการบริหาร จัดการความเสี่ยง ทั้งนี้ สําหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล ให้บริษัทดําเนินการตามที่ กําหนดในประกาศฉบับนี้ ก. ข้อ ๖ บริษัทต้องจัดทํานโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลเป็นลายลักษณ์ อักษร ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท พร้อมทั้งสื่อสารสาระสําคัญของนโยบายดังกล่าว ให้ทุกหน่วยงานทราบและนําไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทต้องทบทวนนโยบายการบริหาร ความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งหรือทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์อันอาจส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางการเงินหรือความน่าเชื่อถือของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ การจัดทํานโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลตามวรรคหนึ่ง บริษัทอาจ กําหนดเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการตามนโยบายบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวมของบริษัท หรือจะจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะก็ได้ ทั้งนี้ บริษัทต้องจัดส่งนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้สํานักงานภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และภายในสามสิบวันนับจากวันที่ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ ข้อ ๗ บริษัทต้องจัดทําจรรยาบรรณของพนักงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้น จริยธรรมและความซื่อสัตย์ ซึ่งมีคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารให้การสนับสนุนรวมทั้งเป็น แบบอย่างที่ดีผ่านการปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการต่างๆ ของบริษัทอย่างต่อเนื่องและสม่ําเสมอ โดยบริษัทต้องจัดอบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล ที่อาจเกิดขึ้น ข้อ ๘ สํานักงานอาจกําหนดแนวทางในรายละเอียดเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตาม ประกาศนี้ได้ และเมื่อมีการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว ให้ถือว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามประกาศนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว หมวด ๒ กระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล ข้อ ๔ บริษัทต้องระบุเหตุการณ์และแหล่งที่มาของความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลภายใน และการฉ้อฉลภายนอกที่ครอบคลุมถึงการดําเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ เงินกองทุน ชื่อเสียง หรือการดํารงอยู่ของบริษัท ข้อ 70 บริษัทต้องกําหนดวิธีการและดําเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล โดยประเมินจากโอกาสและความรุนแรงของผลกระทบจากการฉ้อฉล เพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับ ความเสี่ยงและจัดลําดับความเสี่ยงตามความสําคัญ อันจะช่วยให้บริษัทสามารถจัดการความเสี่ยงด้าน การฉ้อฉลได้อย่างเหมาะสม ข้อ ๑๑ บริษัทต้องมีการจัดการความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล เพื่อควบคุมความเสี่ยง ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยดําเนินมาตรการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) จัดทํามาตรฐานคุณสมบัติและความเหมาะสมของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน โดยต้องประเมินคุณสมบัติและความเหมาะสมของบุคลากรเป็นประจําอย่างน้อยปีละ หนึ่งครั้งให้สอดคล้องกับตําแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล (๒) จัดทําหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับลูกค้าและจัดกลุ่มลูกค้า โดยการจัดกลุ่ม ลูกค้าต้องแสดงให้เห็นถึงลักษณะของลูกค้าที่มีความผิดปกติได้ รวมถึงมาตรการในการตรวจสอบเพื่อ ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) ตามประเภทการรับประกันภัย และมาตรการดําเนินการกรณีตรวจพบความผิดปกติ (๓) จัดทําหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารจัดการการชดใช้เงินหรือค่าสินไหม ทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลในการเรียกร้องการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย (๔) จัดทําหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติ ประเมินคุณสมบัติ และความเหมาะสม รวมถึงการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณอย่างพอเพียง โดยคํานึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ ของตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัยตามกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการยับยั้งและป้องกันการฉ้อฉลโดยตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย (๕) ติดตามตรวจสอบผลการดําเนินงานหรือแนวโน้มการดําเนินธุรกิจ รวมทั้ง พฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงของตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย เพื่อตรวจหาการฉ้อฉลโดยตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย (๖) ในกรณีที่บริษัทมีการใช้บริการจากบุคคลภายนอก ให้จัดทํานโยบายการใช้บริการ จากบุคคลภายนอกและกําหนดแนวทางการคัดเลือกผู้ให้บริการอย่างเหมาะสมก่อนที่จะทําสัญญาใหม่ หรือทบทวนสัญญาเก่า รวมทั้งติดตาม ประเมินผล ตรวจสอบ และควบคุมความเสี่ยงจากการฉ้อฉล จากการใช้บริการจากผู้ให้บริการ ข้อ ๑๒ บริษัทต้องจัดทําหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเบาะแสการฉ้อฉล โดยต้องกําหนดแนวทางการคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแส เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรแจ้งเบาะแสในกรณีที่อาจเกิดการฉ้อฉล ทั้งนี้ บริษัทจะต้อง กําหนดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่ชัดเจน และจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้ง เบาะแสไว้เป็นความลับของบริษัท ข้อ ๑๓ เมื่อสงสัยหรือตรวจพบว่ามีการฉ้อฉล ให้บริษัทกําหนดผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดําเนินการสืบสวนสอบสวนที่เป็นอิสระจากกิจกรรมที่ต้องสงสัยว่ามีการฉ้อฉล เพื่อดําเนินการค้นหา ข้อเท็จจริง จัดการและเยียวยาความเสียหายจากการฉ้อฉล โดยต้องรายงานผลการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งผลการจัดการและเยียวยาความเสียหายต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพบการฉ้อฉล หรือการกระทําใดซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อฐานะการเงิน ผลการดําเนินงาน หรือชื่อเสียงของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อดําเนินการแก้ไขภายในระยะเวลา ที่เหมาะสมโดยไม่ชักช้า ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร หากคณะกรรมการบริษัทหรือ ผู้บริหารไม่ดําเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกําหนด ให้กรรมการตรวจสอบรายงานการกระทําดังกล่าวต่อสํานักงาน ข้อ ๑๔ บริษัทต้องจัดทําฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลภายในและการฉ้อฉล ภายนอก เพื่อประโยชน์ในการติดตามการฉ้อฉลและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยง ด้านการฉ้อฉลของบริษัท ข้อ ๑๕ บริษัทต้องมีการควบคุม ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการความเสี่ยง ด้านการฉ้อฉล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้อย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล ข้อ ๑๖ บริษัทต้องจัดทําสรุปรายงานการปฏิบัติตามมาตรการบริหารความเสี่ยง ด้านการฉ้อฉลที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงตามประกาศการบริหาร จัดการความเสี่ยง และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑
ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ : ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
วันที่มีผลบังคับ : เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบงวันนับถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา
ผู้ลงนาม : นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ คปภ.
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :  
หมวด ICP :
5     เลขที่ ICP :  15
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๓๗      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :