• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
 
 มาตรา ๑
 มาตรา ๒
 มาตรา ๓
 มาตรา ๔
 มาตรา ๕
หมวด ๑ บริษัท
หมวด ๑/๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
หมวด ๒ การควบคุมบริษัท
หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
หมวด ๔ ตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัย
หมวด ๔/๑ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
หมวด ๕ กองทุนประกันวินาศภัย
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อัตราค่าธรรมเนียม

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ประกาศคำสั่ง ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๖๑  
 
   
  ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๖๑
 
ชื่อประกาศ / คำสั่ง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๖๑
ประกาศ / คำสั่งที่เกี่ยวข้อง : ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เนื้อหา : เพื่อให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยได้รับบริการที่ดีและมีคุณภาพจากบริษัท ประกันภัยและคนกลางประกันภัย และมีการให้บริการอย่างเป็นธรรมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนา และออกกรมธรรม์ประกันภัย การคัดเลือกคนกลางประกันภัยและช่องทางการจําหน่าย การกําหนด มาตรฐานกระบวนการเสนอขายและการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัย การให้บริการหลังการขาย การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตลอดจน บริษัทประกันภัยซึ่งเป็นผู้ออกกรมธรรม์ประกันภัย ต้องมีระบบงานที่มีประสิทธิภาพในการควบคุม คุณภาพการขายกรมธรรม์ประกันภัยในทุกช่องทางการขาย โดยรวมถึงการบริหารจัดการ การดูแล ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลพฤติกรรมในการขายทุกช่องทาง เพื่อให้แน่ใจได้ว่ากรมธรรม์ ประกันภัยของบริษัท และกระบวนการขายของผู้เสนอขายในทุกช่องทางได้คํานึงถึงสิทธิประโยชน์ ของประชาชนและผู้เอาประกันภัยเป็นสําคัญ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๗ (5) และมาตรา ๖๕/๒ แห่งพระราชบัญญัติ ประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ ๕/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ประกันวินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิก (๑) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน ประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ (๒) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน ประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๔ ในประกาศนี้ “บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัย ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย ประกันวินาศภัย “ตัวแทนประกันวินาศภัย” หมายความว่า ตัวแทนประกันวินาศภัยตามกฎหมาย ว่าด้วยประกันวินาศภัย “นายหน้าประกันวินาศภัย” หมายความว่า นายหน้าประกันวินาศภัยตามกฎหมาย ว่าด้วยประกันวินาศภัย ไม่รวมธนาคาร “ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยตาม กฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย “การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย” ในกรณีที่กระทําโดยตัวแทนประกันวินาศภัย หมายความว่า การชักชวนลูกค้าให้ทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท ในกรณีที่กระทําโดยนายหน้าประกัน วินาศภัยหรือธนาคาร หมายความว่า การชี้ช่องหรือจัดการให้ลูกค้าทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท ในกรณีบริษัท หมายความว่า การเชิญชวนให้ลูกค้าทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย “ผู้เสนอขาย” หมายความว่า พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคาร “ลูกค้า” หมายความว่า ผู้ที่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคาร เชิญชวน ชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้ทําประกันภัยกับบริษัท และให้รวมถึงผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี “คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัทตามกฎหมาย ว่าด้วยประกันวินาศภัย และให้หมายความรวมถึง คณะกรรมการบริหารสาขาของบริษัทประกัน วินาศภัยต่างประเทศ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ว่าด้วยประกันวินาศภัย ซึ่งต้องมีผู้จัดการสาขาเป็นกรรมการรวมอยู่ด้วย “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ ผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารของบริษัทสี่รายแรก นับต่อจากผู้จัดการลงมา ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่าผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารรายที่สี่ทุกราย “ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็น ผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม หมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๕ บริษัทต้องปฏิบัติตามประกาศนี้ และจัดการให้ผู้เสนอขายปฏิบัติ หรือละเว้น การปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ข้อ ๖ สํานักงานมีอํานาจกําหนดแนวปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตาม ประกาศนี้ได้ และเมื่อมีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติดังกล่าว ให้ถือว่าบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคารได้ปฏิบัติตามประกาศในส่วนที่เกี่ยวข้องนี้แล้ว หมวด ๒ วัฒนธรรมองค์กรและบทบาทของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ข้อ ๗ บริษัทต้องให้ความสําคัญกับการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อลูกค้า อย่างเป็นธรรม ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดําเนินธุรกิจของบริษัท และการทํางานของพนักงานและ ผู้เสนอขาย โดยต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัทต้องรับผิดชอบในการผลักดัน การปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล โดยต้องกําหนดนโยบาย แผนธุรกิจ และกลยุทธ์ที่ให้ความสําคัญในการสร้างและการถ่ายทอดวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งมีการสื่อสารและถ่ายทอดวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม ให้ทั่วถึงทุกส่วนงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า ซึ่งรวมถึงผู้เสนอขายกรมธรรม์ ประกันภัยในทุกช่องทางการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ทั้งนี้ แผนธุรกิจให้มีองค์ประกอบที่มีรายการอย่างน้อยเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างหรือ ค่าบําเหน็จที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยในทุกช่องทางการเสนอขาย ซึ่งคํานึงถึง คุณภาพการให้บริการอย่างมีนัยสําคัญทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขาย ทั้งค่าตอบแทน ด้านเป้าหมายรายบุคคลหรือรายกลุ่ม (Key Performance Index – KPI) รวมทั้งมาตรการตักเตือน และลงโทษในทุกระบบการบริหารจัดการการให้บริการอย่างเป็นธรรม รวมถึงผู้บริหารที่มีหน้าที่ ควบคุมดูแลมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด และดําเนินการลงโทษให้เหมาะสมกับระดับความผิด (๒) คณะกรรมการบริษัทต้องกําหนดผู้รับผิดชอบการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม ให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล โดยต้องเป็นผู้บริหารหรือคณะทํางานที่มีผู้บริหารเป็นประธาน คณะทํางาน เพื่อให้สามารถควบคุม ดูแลคุณภาพการให้บริการอย่างเป็นธรรมได้อย่างเป็นระบบและ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทันต่อเหตุการณ์ สามารถประเมินภาพรวมและความเสี่ยงของธุรกิจได้ครบถ้วน สามารถวัดผลสําเร็จ วิเคราะห์จุดที่มีปัญหา และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ (๓) มีบุคลากรที่มีความพร้อม ทั้งด้านจํานวนและคุณภาพ โดยต้องสอดคล้องกับ ปริมาณธุรกิจและการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งมีผู้รับผิดชอบดูแล ควบคุม ติดตาม การปฏิบัติงาน และพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่องและทันการณ์ (๔) มีการบริหารความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจ (Conduct of business) ในทุก กิจกรรมของการให้บริการลูกค้า ต้องคํานึงถึงการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมเป็นสําคัญในการ พิจารณาความเสี่ยง ทั้งกลุ่มลูกค้าในวงกว้างหรือลูกค้าซึ่งผู้ให้บริการต้องใช้ความระมัดระวังในการ ติดต่อและให้บริการเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่หกสิบปีขึ้นไป ผู้ที่มีความรู้ทางการเงิน อย่างจํากัด หรือไม่มีประสบการณ์การใช้กรมธรรม์ประกันภัย ผู้ที่มีข้อจํากัดในการสื่อสารหรือตัดสินใจ อาทิ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือการมองเห็น หรือมีภาวะบกพร่องทางสุขภาพที่ไม่สามารถ เข้าใจกรมธรรม์ประกันภัย โดยต้องครอบคลุมกิจกรรมอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (ก) การกําหนดแบบ ข้อความ การพัฒนากรมธรรม์ประกันภัย ตลอดจนการ กําหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (ข) การโฆษณา การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการให้ข้อมูลผู้เสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัย (ค) การได้มา การเก็บรักษา และปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (ง) การให้บริการผู้เอาประกันภัย (จ) การจัดการค่าสินไหมทดแทนและการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย (ฉ) การจัดการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งนี้ ให้การบริหารความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในการบริหาร จัดการความเสี่ยงของบริษัท และให้นําประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการ ความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัยมาใช้บังคับโดยอนุโลม (๕) มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ และการควบคุมภายใน ให้เป็นไปตามประกาศ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และการควบคุมภายในของบริษัทประกันวินาศภัย โดยต้อง เชื่อมโยงการตรวจสอบ และการควบคุมภายในกับความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจตาม (๔) ด้วย ทั้งนี้ ในการติดตาม และควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเสนอขายกรมธรรม์ ประกันภัยตาม (๔) (ข) บริษัทต้องจัดให้มีการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบคุณภาพเป็นประจํา อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบตามความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจที่กําหนด โดยเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามวิธีการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้หรือไม่ และตรวจสอบจากสิ่งบ่งชี้ความผิดปกติ โดยกําหนดว่าเหตุการณ์ลักษณะใดที่บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ ที่ความเสี่ยงกําลังเกิดขึ้น พร้อมทั้งจัดทํารายงานการประเมินคุณภาพ และความเสี่ยงของกระบวนการ เสนอขายในทุกช่องทาง ให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารเพื่อทราบและพิจารณาปรับปรุงระบบ และกระบวนการทํางานเพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจด้วย หมวด ๓ การออกกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ ๘ การกําหนดแบบ ข้อความ การพัฒนากรมธรรม์ประกันภัย ตลอดจน การกําหนดอัตราเบี้ยประกันภัย บริษัทต้องมีกระบวนการพัฒนา คัดเลือกกรมธรรม์ประกันภัยและ กําหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่นํามาเสนอขาย โดยมีการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า และต้องพิจารณาในเรื่องอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) ความเหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ความสามารถทางการเงิน ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และความสามารถในการทําความเข้าใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (๒) ความเหมาะสมของเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ อัตราเบี้ยประกันภัย หรือ ค่าธรรมเนียม โดยต้องกําหนดอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่ร่วมกับผู้ให้บริการอื่นในการกําหนด เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ อัตราเบี้ยประกันภัย หรือค่าธรรมเนียม ที่ทําให้ลูกค้าเสียประโยชน์ โดยลูกค้า ต้องสามารถประเมินและเปรียบเทียบเงื่อนไขและมูลค่าของกรมธรรม์ประกันภัยหรือบริการได้โดยง่าย (๓) ความเหมาะสมกับช่องทางการเสนอขายตามข้อ ๑๔ โดยเฉพาะการเสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัยที่มีความซับซ้อนที่ต้องมีการสื่อสารอย่างชัดเจนและด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ มั่นใจว่าลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอในการตัดสินใจ (๔) ความสามารถในการทําความเข้าใจกรมธรรม์ประกันภัย และความสามารถ ในการให้ข้อมูลและคําแนะนําของผู้เสนอขาย (๕) แนวทางและแผนการจัดการสื่อสารข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยและวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เสนอขายหรือช่องทางการเสนอขายตามข้อ ๑๔ ที่มีอยู่สามารถนําเสนอกรมธรรม์ประกันภัย ให้ลูกค้าได้อย่างถูกต้องครบถ้วน (๖) ระบบงาน กระบวนการขาย และการควบคุม กํากับ ตรวจสอบ ที่สามารถ รองรับการขายกรมธรรม์ประกันภัยให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ (๗) สาเหตุของปัญหาของกรมธรรม์ประกันภัยและการให้บริการในอดีต เพื่อให้มี การปรับปรุงและพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ข้อ ๙ การดําเนินการตามข้อ ๘ บริษัทต้องมีผู้รับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิจารณาด้วย เช่น หน่วยงานกฎหมาย หน่วยงานรับประกันภัย หน่วยงานบริหารความเสี่ยง หน่วยงานดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย หน่วยงานปฏิบัติการ และหน่วยงานด้านการขาย โดยมีข้อมูล ประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วน มีการบันทึกการหารือและอนุมัติโดยผู้บริหารที่รับผิดชอบ ข้อ ๑๐ บริษัทต้องกําหนดให้มีวิธีจัดกลุ่มหรือจําแนกกรมธรรม์ประกันภัยตาม ความซับซ้อน ความเสี่ยง หรือปัจจัยอื่นใด รวมถึงมีวิธีการจัดกลุ่มหรือจําแนกลูกค้า เพื่อให้สามารถ กําหนดกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมที่จําเป็นจะต้องใช้วิธีการเสนอขาย การสื่อสาร การให้ ความรู้แก่ผู้เสนอขาย การควบคุมและสอบทานการปฏิบัติงานในการเสนอขายที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ข้อ ๑๑ ในการคัดเลือกกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เสนอขายต้องทําการวิเคราะห์รายละเอียด ของกรมธรรม์ประกันภัย โดยประเมินลักษณะ เงื่อนไข และความเสี่ยงของกรมธรรม์ประกันภัยด้วย ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายเห็นว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะวิเคราะห์รายละเอียดของ กรมธรรม์ประกันภัย ผู้เสนอขายต้องปฏิเสธการขายกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ข้อ ๑๒ ภายหลังจากเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย เมื่อบริษัทพิจารณาตอบตกลง รับประกันภัยรายใด ให้บริษัทส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอันมีเนื้อความต้องตามสัญญาให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทจะต้องแนบเอกสารสรุปเงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้นตามกรมธรรมประกันภัยไปพร้อมกับ กรมธรรม์ประกันภัยนั้น กรณีเป็นการรับประกันภัยกลุ่ม ให้บริษัทส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสาร ตามวรรคหนึ่ง ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนผู้ได้รับความคุ้มครองหรือ สมาชิกผู้เอาประกันภัย ให้บริษัทออกหนังสือรับรองการประกันภัย หรือเอกสารอื่นใด พร้อมเอกสาร สรุปเงื่อนไข ความคุ้มครอง ข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง หรือสมาชิก ผู้เอาประกันภัยแต่ละราย เว้นแต่เป็นการประกันภัยกลุ่มพนักงาน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจํานวนผู้ได้รับ ความคุ้มครอง หรือสมาชิกผู้เอาประกันภัยในระหว่างระยะเวลาเอาประกันภัย หรือเป็นการประกันภัยกลุ่ม ที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ บริษัทต้องมีวิธีอื่นในการให้ข้อมูลแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองหรือ สมาชิกผู้เอาประกันภัยแต่ละรายตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนกําหนด ในกรณีที่มีการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัทโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และประเภทความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทอาจส่งมอบหนังสือรับรองการต่ออายุ กรมธรรม์ประกันภัยแทนเอกสารที่ต้องส่งให้แก่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองก็ได้ หากบุคคลดังกล่าว แสดงความประสงค์อย่างแจ้งชัด ทั้งนี้ ความในวรรคนี้ไม่ใช้บังคับกับกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ กรมธรรม์ประกันภัยรวมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่ ผู้เอาประกันภัยต้องจัดให้มีตามกฎหมาย หมวด ๔ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ ๑๓ ให้บริษัทเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในหมวดนี้ และต้องจัดการให้ผู้เสนอขายดําเนินการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถกํากับดูแลให้ผู้เสนอขายปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศนี้ ให้บริษัทระงับการให้ความยินยอมให้ผู้เสนอขายทําการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว แต่ไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันครบกําหนดที่บริษัทให้ดําเนินการปรับปรุง แก้ไข แต่ไม่มีการดําเนินการดังกล่าวหรือดําเนินการไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ให้บริษัทแจ้งการตรวจพบในโอกาสแรก และแจ้งผลการดําเนินการให้สํานักงานทราบด้วย ข้อ ๑๔ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ให้บริษัทสามารถกระทําได้ ดังต่อไปนี้ (๑) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยพบพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย (๒) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ (๓) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางธนาคาร (๔) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางไปรษณีย์ (๕) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (๖) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยวิธีอื่น นอกเหนือจาก (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยตาม (๒) (๓) และ (๔) ให้ชําระเบี้ยประกันภัย เข้าบัญชีบริษัทเท่านั้น การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยตาม (๕) ให้ปฏิบัติเป็นไปตามประกาศนี้ และ ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการออก กรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทน สัญญาประกันภัย โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑๕ บริษัทต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลผู้เสนอขายเพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบ ผู้เสนอขายที่บริษัทอนุญาตให้ทําการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทตามข้อ ๑๔ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) และต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา โดยมีหลักเกณฑ์อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย และนายหน้าประกัน วินาศภัยบุคคลธรรมดา บริษัทต้องจัดให้มีระบบตรวจสอบชื่อตัว ชื่อสกุล และเลขที่ใบอนุญาต (ถ้ามี) ของบุคคลดังกล่าว (๒) กรณีนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทนิติบุคคล หรือธนาคาร บริษัทต้องจัดให้ มีระบบตรวจสอบชื่อ และเลขที่ใบอนุญาตของนิติบุคคลนั้น และนิติบุคคลนั้นต้องมีระบบตรวจสอบ ชื่อตัว ชื่อสกุล และเลขที่ใบอนุญาตของผู้เสนอขายที่กระทําการแทนนายหน้าประกันวินาศภัย ประเภทนิติบุคคลหรือธนาคารนั้นด้วย ข้อ ๑๖ การโฆษณาหรือการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย หากมีข้อความ คําแนะนํา หรือการกระทําใด ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ชัดเจน ให้สํานักงานมีอํานาจ สั่งให้บริษัทหรือผู้เสนอขายแก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อมูล หรือรายละเอียดการโฆษณา หรือการเสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัยนั้นได้ ส่วนที่ ๑ ข้อกําหนดที่ใช้กับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ ๑๗ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (5) ให้บริษัทและผู้เสนอขายแล้วแต่กรณี ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) อธิบายหลักการเปิดเผยข้อความจริงในใบคําขอเอาประกันภัยและผลที่จะเกิดขึ้น หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสําคัญ (๒) ระบุแจ้งชัดว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่เสนอขายเป็นกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทใด (๓) ไม่กระทําการใด ๆ อันเป็นการรบกวน หรือก่อความรําคาญให้แก่ลูกค้า และต้องยุติ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยทันที หากลูกค้าแสดงเจตนาว่าไม่ประสงค์จะซื้อ ไม่ว่าการแสดงเจตนา นั้นจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใด (๔) บริหารจัดการกรณีเกิดการขัดกันทางผลประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าได้รับ ข้อมูลอย่างถูกต้องเพียงพอประกอบการตัดสินใจทําสัญญาประกันภัย (๕) แจ้งลูกค้าทราบจํานวนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ระยะเวลา เอาประกันภัย และระยะเวลาชําระเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้ กรณีเป็นการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยร่วมกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ให้แจ้งค่าเบี้ยประกันภัยแยกออกจากค่าใช้จ่ายของผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบ ของลูกค้า และต้องแสดงให้เห็นว่าลูกค้าได้รับทราบแล้วว่ามีการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยร่วมด้วย (๖) เมื่อลูกค้าต้องการทราบการได้มาซึ่งข้อมูลของตนเอง ผู้เสนอขายต้องแจ้งให้ลูกค้า ทราบว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ามาได้อย่างไรด้วย ทั้งนี้ บริษัทต้องดําเนินการและจัดการให้ผู้เสนอขายมีระบบในการบริหารจัดการ การได้มาของข้อมูล การเก็บรักษา และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ข้อ ๑๘ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ให้บริษัทและผู้เสนอขายละเว้นการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ชักชวนให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อมาซื้อกรมธรรม์ ประกันภัยใหม่ (๒) ให้ข้อความที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งเพื่อมุ่งหวัง ให้ทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท (๓) ให้คําแนะนําซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือละเว้นการเปิดเผยข้อมูล อันเป็นสาระสําคัญ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (๔) บังคับให้ลูกค้าเข้าทําสัญญาประกันภัย หรือใช้การทําสัญญาประกันภัยเป็นเงื่อนไข ในการให้บริการหรือทําธุรกรรมอื่นใด ส่วนที่ ๒ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยพบพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ข้อ ๑๙ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย โดยพบพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย บริษัทต้องจัดการให้ผู้เสนอขายกรมธรรม์ ประกันภัย ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล บริษัทที่ตนสังกัด (ถ้ามี) พร้อมทั้งแสดงบัตรพนักงานหรือลูกจ้าง ของบริษัท ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย หรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย แล้วแต่กรณี (๒) แจ้งวัตถุประสงค์ในการติดต่อกับลูกค้า ซึ่งต้องแสดงให้ปรากฏชัดแจ้งว่าเป็น การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย (๓) เมื่อได้รับอนุญาตให้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยจากลูกค้า พนักงานหรือลูกจ้าง ของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย จะต้องอธิบายเกี่ยวกับกรมธรรม์ ประกันภัยที่เสนอขาย โดยใช้เอกสารประกอบการเสนอขายที่ได้รับความเห็นชอบจากบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ เอกสารประกอบการเสนอขายให้รวมถึงเอกสารเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยรายบุคคลตาม (๒) ด้วย (๔) สอบถามความต้องการ วัตถุประสงค์ในการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อแนะนํา ให้ลูกค้าทําประกันวินาศภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและความสามารถในการชําระเบี้ยประกันภัย (suitability requirement) (๕) เมื่อบริษัทได้รับเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีบริษัทหรือได้รับชําระผ่านพนักงานหรือ ลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย บริษัทต้องจัดการให้ พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ออกเอกสารแสดง การรับเงินของบริษัททันที นอกจากการออกเอกสารแสดงการรับเงินตามวรรคหนึ่งแล้ว พนักงานหรือลูกจ้าง ของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ต้องแสดงหนังสือมอบอํานาจให้รับชําระ เบี้ยประกันภัยจากบริษัทด้วย (๖) เมื่อได้รับคําขอเอาประกันภัยและลูกค้าได้ชําระเบี้ยประกันภัยแล้ว ให้พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ส่งมอบเอกสารเสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัยรายบุคคลที่ลงรายการครบถ้วนให้แก่ลูกค้า พร้อมแจ้งระยะเวลาซึ่งลูกค้าจะได้รับ กรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท หรือได้รับการติดต่อจากบริษัทเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยรายบุคคล ต้องได้รับความเห็นชอบจากบริษัท และต้องมีรายการดังต่อไปนี้ด้วย เป็นอย่างน้อย (ก) ชื่อและสถานที่ทําการของบริษัท (ข) ชื่อตัว ชื่อสกุลของผู้เอาประกันภัย (ค) ชื่อตัว ชื่อสกุลของพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมช่องลงลายมือชื่อ (ง) วัน เดือน ปี และเวลาที่มีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย (จ) สรุปเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย (ฉ) จํานวนเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแนบท้าย(ถ้ามี) วิธีชําระเบี้ยประกันภัยในช่องทางต่าง ๆ ระยะเวลาเอาประกันภัย และระยะเวลาชําระเบี้ยประกันภัย (ช) คําเตือนให้ผู้เอาประกันภัยศึกษา และทําความเข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครอง และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย (๗) พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกัน วินาศภัย จะต้องส่งเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากลูกค้า ไปยังบริษัทภายในระยะเวลาที่ประกาศวิธีการ เก็บเบี้ยประกันภัยกําหนดให้บริษัทต้องเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จ ในกรณีผู้เสนอขายเป็น ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการรับชําระเงินแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจ บริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องรับชําระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีบริษัทผู้รับประกันภัยเท่านั้น ข้อ ๒๐ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย โดยพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ที่ทําการเช่าพื้นที่การขายนอกสํานักงานใหญ่ หรือสถานที่ทําการเป็นการชั่วคราวหรือการเปิดบูธชั่วคราว ผู้เสนอขายต้องแจ้งข้อมูล เช่น รายชื่อ ผู้เสนอขาย สถานที่ ระยะเวลา ให้บริษัททราบก่อนดําเนินการเสนอขาย เพื่อประโยชน์ในการกํากับ ดูแลและตรวจสอบของบริษัท ส่วนที่ ๓ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ข้อ ๒๑ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ บริษัทต้องจัดให้ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ให้ดําเนินการโดยพนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคาร ที่บริษัท อนุญาตให้เสนอขายกรมธรรม์ประกันวินาศภัยของบริษัท ผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทนิติบุคคล หรือธนาคาร ต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างที่มีใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย และเป็น นายหน้ากระทําการแทนของนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทนิติบุคคล หรือธนาคารนั้น ในการนี้ บริษัทจะต้องแจ้งชื่อผู้เสนอขายตามวรรคหนึ่งให้สํานักงานทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต จากบริษัท (๒) กรมธรรม์ประกันภัยที่เสนอขายผ่านทางโทรศัพท์ต้องได้รับความเห็นชอบจาก นายทะเบียนให้เสนอขายผ่านทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ กรณีธนาคารเป็นผู้เสนอขายต้องเป็นกรมธรรม์ ประกันภัยสําหรับธนาคารขายผ่านโทรศัพท์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะต้องมีการระบุเงื่อนไขสิทธิการขอยกเลิก กรมธรรม์ประกันภัย (Free Look Period) เป็นเวลาสามสิบวัน หรือมากกว่าสามสิบวันไว้ด้วย ยกเว้น กรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รวม การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และกรมธรรม์อัคคีภัยสําหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสําหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) หรือกรมธรรม์ประกันภัยอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด (๓) การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยให้กระทําได้ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ระหว่างเวลา ๘.๓๐ น. ถึง ๑๙.๐๐ น. เว้นแต่มีการนัดหมายล่วงหน้าว่าจะมีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย โดยความยินยอมของลูกค้าที่ได้รับการนัดหมาย (๔) ห้ามเสนอขายกับลูกค้าที่แจ้งบริษัทให้ทราบว่าเป็นผู้ไม่ประสงค์จะได้รับการติดต่อ หรือลูกค้าที่ปฏิเสธการรับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยมาแล้ว เว้นแต่เวลาล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า หกเดือนนับแต่วันที่มีการปฏิเสธ หรือนับแต่วันที่บริษัทได้รับรายชื่อจากสํานักงาน แล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ในการนี้ บริษัทต้องดําเนินการให้ผู้เสนอขายจัดเก็บรายชื่อบุคคล วัน และเวลา ที่มีการปฏิเสธการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยและแจ้งให้บริษัททราบ และบริษัทต้อง จัดทําฐานข้อมูลดังกล่าวรวมกับข้อมูลรายชื่อที่บริษัทได้รับแจ้งจากสํานักงาน พร้อมให้สํานักงาน ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ข้อ ๒๒ บริษัทจะต้องจัดการให้ผู้เสนอขายปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีการโทรศัพท์ไปยังลูกค้า ให้ผู้เสนอขายแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุลของตน เลขที่ ใบอนุญาต (ถ้ามี) ชื่อบริษัทที่กําลังเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และต้องแจ้งทันทีว่าประสงค์ จะเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย (๒) หากลูกค้าไม่ประสงค์ทําประกันภัย หรือไม่ต้องการรับการติดต่อ ผู้เสนอขาย ต้องยุติการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยทันที แต่หากลูกค้าต้องการทราบการได้มาซึ่งข้อมูลของตนเอง ผู้เสนอขายต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ามาได้อย่างไรก่อน จึงจะยุติการสนทนาได้ (๓) เมื่อได้รับอนุญาตจากลูกค้าให้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เสนอขายต้อง แจ้งขออนุญาตการบันทึกเสียงก่อน หากได้รับการอนุญาตให้เริ่มบันทึกเสียงและขอคํายืนยันการอนุญาต ให้บันทึกเสียงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นให้บันทึกเสียงต่อไปจนกระทั่งสิ้นสุดการสนทนา และให้เก็บ หลักฐานการบันทึกเสียงนั้นตลอดระยะเวลาประกันภัย และเก็บต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่ วันสิ้นสุดสัญญาประกันภัย หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามผู้เสนอขายบันทึกเสียงการสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น และให้ยุติ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยทันที (๔) ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เสนอขายต้องแนะนําให้ลูกค้าทําสัญญา ประกันวินาศภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและความสามารถในการชําระเบี้ยประกันภัย และบทสนทนา ที่ใช้ในการเสนอขายต้องได้รับความเห็นชอบจากบริษัท โดยบทสนทนาต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของบริษัท (ข) สรุปเงื่อนไข ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ ประกันภัย (ค) จํานวนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ระยะเวลาเอาประกันภัย และระยะเวลาชําระเบี้ยประกันภัย (ง) แจ้งวิธีชําระเบี้ยประกันภัย และให้เริ่มต้นความคุ้มครองตามวันที่ลูกค้า กําหนด หากไม่กําหนดให้คุ้มครองทันที (จ) แจ้งสิทธิขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย โดยระบุด้วยว่าการใช้สิทธินี้ให้ใช้ สิทธิได้ภายในสามสิบวัน หรือมากกว่าสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ ประกันภัยจากบริษัท ทั้งนี้ ขึ้นกับแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีการเสนอขาย โดยลูกค้าจะได้รับ เบี้ยประกันภัยคืนเต็มจํานวน (ฉ) เมื่อมีการตอบตกลงทําประกันภัย ให้บันทึกชื่อตัว ชื่อสกุล พร้อมเลขประจําตัว ประชาชนของบุคคลนั้น (๕) เมื่อลูกค้าตอบตกลงที่จะทําสัญญาประกันภัย ผู้เสนอขายจะต้องแจ้งการทําสัญญา ประกันภัยไปยังบริษัทในโอกาสแรกที่กระทําได้ แต่ไม่เกินวันทําการถัดไป (5) ผู้เสนอขายจะต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบระยะเวลา ซึ่งลูกค้าจะได้รับกรมธรรม์ ประกันภัยจากบริษัท หรือได้รับการติดต่อจากบริษัทเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย (๗) ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่บริษัทส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย บริษัทจะต้องโทรศัพท์ไปขอคํายืนยันจากลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง (confirmation cal) เมื่อได้รับอนุญาตให้ สนทนาจะต้องขออนุญาตลูกค้าในการบันทึกเทปสนทนา โดยต้องบันทึกตั้งแต่ได้รับอนุญาตจนกระทั่ง สิ้นสุดจากการสนทนา และให้บริษัทเก็บเทปสนทนาดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาของ สัญญาประกันภัย และเก็บต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาประกันภัย ในการสนทนาต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อตัว ชื่อสกุลของผู้ทําการติดต่อ (ข) สอบถามลูกค้าว่าได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วหรือไม่ (ค) ให้สอบถามลูกค้าว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไข ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ตามกรมธรรม์ประกันภัยใด ๆ หรือไม่ หากมีจะต้องมีการอธิบายให้ลูกค้าสิ้นสงสัย (ง) หากลูกค้าไม่มีข้อสงสัย ให้สอบถามว่าลูกค้ายังคงยืนยันที่จะทําประกันภัย หรือไม่ หากยังคงยืนยันในการทําประกันภัยให้แจ้งสิทธิการขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยภายใน สามสิบวัน หรือมากกว่าสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ลูกค้าได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท ทั้งนี้ ขึ้นกับแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีการเสนอขาย หากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะยกเลิกการประกันภัย ให้บริษัทคืนเบี้ยประกันภัย เต็มจํานวนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น การคืนเบี้ยประกันภัย ให้บริษัทดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่บริษัทได้รับแจ้งการขอใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนที่ ๔ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางธนาคาร ข้อ ๒๓ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางธนาคาร บริษัทจะต้องจัดการให้ ธนาคารปฏิบัติเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ข้อ ๑๙ และต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยพบพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารที่มี ใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย และเป็นนายหน้ากระทําการแทนของธนาคารนั้น โดยเสนอ ขายได้เฉพาะภายในสํานักงานธนาคาร และสาขาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้า ประกันวินาศภัยเท่านั้น (๒) มีพื้นที่ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยแยกเป็นสัดส่วนระหว่างการฝากเงิน และการประกันภัย กรณีพื้นที่เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยอาจรวมกับการให้บริการธุรกรรมทางการ เงินอื่น ๆ ผู้เสนอขายจะต้องแสดงความชัดเจนให้ลูกค้าเข้าใจได้ว่า เป็นพื้นที่ที่ใช้สําหรับการเสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัยด้วย (๓) แสดงสําเนาใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทนิติบุคคลของธนาคาร และของนายหน้าประกันวินาศภัยผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ไว้ในส่วนที่ประชาชนมองเห็นได้ ชัดเจน (๔) แสดงให้ปรากฏชัดแจ้งว่าเป็นการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย (๕) เอกสารประกอบการเสนอขาย เอกสารชี้ชวน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากบริษัท โดยมีชื่อและสัญลักษณ์ของบริษัทให้เห็นเด่นชัด และมีข้อความที่แสดงว่าธนาคารเป็นนายหน้าประกัน วินาศภัย (๖) ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร หรือการทําธุรกรรมของธนาคาร หากมีความ คุ้มครองการประกันภัยรวมอยู่ด้วย ผู้เสนอขายต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ พร้อมทั้งแสดงให้ลูกค้าทราบ ชื่อบริษัทผู้รับประกันภัย ซึ่งลูกค้ามีสิทธิเลือกซื้อประกันภัยด้วยความสมัครใจ และปฏิเสธได้หาก ไม่เป็นความต้องการของตนเอง ส่วนที่ ๕ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านไปรษณีย์ ข้อ ๒๔ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางไปรษณีย์ ให้กระทําได้โดยบริษัท หรือตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร ที่บริษัทอนุญาตให้เสนอการขาย ผ่านทางไปรษณีย์ โดยต้องกําหนดให้ลูกค้าแสดงเจตนาขอทําสัญญาประกันภัยผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น ข้อ ๒๕ บริษัทต้องดําเนินการหรือจัดการให้ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกัน วินาศภัย หรือธนาคาร ใช้เอกสารการเสนอขายที่บริษัทเห็นชอบ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ ประกันภัยที่เสนอขาย มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของบริษัท (๒) เอกสารประกอบการเสนอขาย เอกสารสรุปความคุ้มครอง เงื่อนไข ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย (๓) จํานวนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ระยะเวลาเอาประกันภัย และระยะเวลาชําระเบี้ยประกันภัย (๔) วิธีชําระเบี้ยประกันภัย และวันเริ่มต้นความคุ้มครอง (๕) ระยะเวลาในการออกกรมธรรม์ประกันภัยหรือหนังสือรับรองการประกันภัย แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้แสดงชื่อและที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของตัวแทนประกัน วินาศภัยหรือนายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคารนั้นด้วย ส่วนที่ 5 การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยวิธีอื่นนอกจากข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ข้อ ๒๖ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโดยวิธีอื่นนอกจากข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ทั้งนี้ ในการอนุญาต นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไข เงื่อนเวลา และวิธีปฏิบัติใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ หมวด ๕ การให้บริการภายหลังการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ ๒๗ ให้บริษัทจัดให้มีระบบงาน กระบวนการ หรือช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ตลอดจนการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยและคืนเบี้ยประกันภัยอย่างเหมาะสม โดยผู้เสนอขายมีหน้าที่ ให้บริการและติดตามประสานงานตามความเหมาะสม เพื่อดูแลและอํานวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ การชดใช้เงินให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงินตามสัญญาประกันวินาศภัยของ บริษัทประกันวินาศภัย ๑๔ หมวด ๖ การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ข้อ ๒๘ ในกรณีที่บริษัทฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามประกาศนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) มีคําสั่งให้บริษัทแก้ไขการดําเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้ภายในระยะเวลา ที่สํานักงานกําหนด ในกรณีที่ปรากฏว่าบริษัทมิได้จงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และเป็นเหตุ ที่อาจแก้ไขได้ (๒) มีคําสั่งให้กระทําการหรืองดเว้นกระทําการดังกล่าว ในกรณีที่ปรากฏว่าบริษัท ไม่ดําเนินการตาม (๑) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ นอกจากการดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามประกาศนี้ หรือการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามวรรคหนึ่ง สํานักงานมีอํานาจพิจารณาดําเนินการเพื่อบังคับโทษกับบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย ได้อีกด้วย ข้อ ๒๙ ในกรณีตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคาร ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามประกาศนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจ ดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) มีคําสั่งให้ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย หรือธนาคารแก้ไข การดําเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ในกรณีที่ปรากฏว่า เป็นการกระทําที่มิได้จงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และเป็นเหตุที่อาจแก้ไขได้ (๒) มีคําสั่งให้กระทําการหรืองดเว้นกระทําการดังกล่าว ในกรณีที่ปรากฏว่า ไม่ดําเนินการตาม (๑) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ นอกจากการดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามประกาศนี้ หรือการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย หรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยได้อีกด้วย ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายประสงค์ พูนธเนศ) ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ยกเลิกประกาศ/คำสั่งเดิม :  
วันที่ประกาศ :  
วันที่มีผลบังคับ : ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒
ผู้ลงนาม : (นายประสงค์ พูนธเนศ) ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ คปภ.
วันสุดท้ายที่ต้องปฏิบัติ :  
โทษจำคุก :  
โทษปรับ :  
หมวด ICP :
6     เลขที่ ICP :  24
หมายเหตุ :  
 
 
 
 
  มาตราที่เกี่ยวข้อง
 
มาตรา
มาตรา ๖๕/๒      
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :