• หมวดกฏหมาย
  • ตาราง / ประกาศคำสั่ง
  • ICP
  • ค้นหาตามหมวดอักษร
  • ค้นหาด้วยคำ
  • กฏหมายอื่น
  • รวมคำภิพากษาฎีกา
  • คำชีขาดอนุญาโตตุลาการ
  • คู่มือการใช้งาน
  
 
 
  ICP
 
หมวด 1 เงื่อนไขสำหรับความมีประสิทธิภาพของการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย
หมวด 2 ระบบการกำกับดูแล
หมวด 3 องค์กรภายใต้การกำกับดูแล
หมวด 4 การดำเนินการในการกำกับดูแล
หมวด 5 Prudential requirements
 ICP 18 การประเมินและจัดการความเสี่ยง / Risk assessment and management
 ICP 19 การรับประกันภัย / Insurance activity
 ICP 20 หนี้สิน / Liabilities
 ICP 21 การลงทุน / Investments
 ICP 22 ตราสารอนุพันธ์และภาระผูกพันที่คล้ายคลึงกัน / Derivatives and similar commitments
 ICP 23 ความพอเพียงของเงินทุนและความมั่นคงทางการเงิน / Capital adequacy and solvency
หมวด 6 ตลาดและผู้บริโภค
หมวด 7 การต่อต้านการฟอกเงิน และการต่อต้านการให้เงินอุดหนุนต่อการก่อการร้าย

  Support
 
 
มีปัญหาในการเปิดไฟล์ pdf
คลิกดาวน์โหลด Adobe Reader ได้ที่นี่
  Install Adobe Reader
 
มีปัญหาในการแสดงผลหน้าเว็บ
คลิกดาวน์โหลด Flash Player ได้ที่นี่
  Install Adobe Flash Player
 
Home ICP หมวด 5 Prudential requirements ICP 20  
 
 
  หมวด 5 Prudential requirements
 
ชื่อ ICP : ICP 20
เนื้อหา :

หนี้สิน
Liabilities

หน่วยงานที่กำกับดูแลต้องกำหนดให้บริษัทประกันภัยปฏิบัติตามมาตรฐานในการตั้งเงินสำรองประเภทต่างๆ อย่างเพียงพอ โดยให้มีส่วนหักลดสำหรับการเอาประกันต่อ (allowance for reinsurance recoverables) หน่วยงานที่กำกับดูแลยังต้องมีทั้งอำนาจและความสามารถที่จะประเมินถึงความพอเพียงของเงินสำรองต่างๆ และยังสามารถออกคำสั่งให้เพิ่มเงินสำรองได้ หากจำเป็น

คำอธิบาย
           20.1 บริษัทประกันภัยต้องสามารถระบุ แยกแยะ และกำหนดระดับภาระผูกพันที่ตนมีทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้ การดำรงเงินสำรองทางเทคนิคอย่างพอเพียงเป็นหลักสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินและความพอเพียงของเงินทุน (sound capital adequacy and solvency regime) โดยเงินสำรองทางเทคนิค หมายถึง จำนวนเงินที่ปรากฏในงบดุลโดยตั้งขึ้นสำหรับการชดใช้ภาระผูกพันตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง embedded options เงินปันผลที่จ่ายแก่ผู้ถือกรมธรรม์ (policyholder dividends or bonuses) และภาษี
           20.2 ควรมีการกำหนดมาตรฐานเพื่อให้บริษัทประกันภัยถือปฏิบัติในการคำนวณหนี้สินและภาระผูกพันต่างๆ โดยเฉพาะการดำรงเงินสำรองทางเทคนิคต่างๆ โดยมาตรฐานควรมีการระบุประเภทของหนี้สินและภาระผูกพัน อาทิ เช่น เงินสำรองสำหรับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (claims provisions) ซึ่งรวมถึงเงินสำรองสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมฯ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับรายงาน (provisions for claims incurred but not reported) เงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ได้ถือเป็นรายได้ของบริษัท (provisions for unearned premiums) เงินสำรองสำหรับการเสี่ยงภัยที่ยังมิได้สิ้นสุด (provisions for unexpired risks) เงินสำรองสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต (life insurance provisions) และเงินสำรองสำหรับหนี้สินและภาระผูกพันอื่นหรือเงินสำรองทางเทคนิคอื่น (other liabilities or technical provisions) โดยมาตรฐานเหล่านี้ควรเป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับการกำกับดูแลฐานะความมั่นคงในด้านอื่นๆ ซึ่งมาตรฐานควรมีให้ระดับเงินสำรองทางเทคนิคเพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งที่คาดการณ์ไว้และที่มีได้คาดการณ์ (all expected and some unexpected claims and expenses) โดยใช้วิธีการคำนวณที่เชื่อถือได้ พร้อมทั้งสามารถเปรียบเทียบฐานะของบริษัทแต่ละแห่งได้ หน่วยงานที่กำกับดูแลควรมีทั้งอำนาจและความสามารถในการตรวจสอบความพอเพียงของเงินสำรองทางเทคนิค โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนดและสามารถกำหนดให้เพิ่มเงินสำรอง หากหน่วยงานที่กำกับดูแลเห็นว่ายังไม่เพียงพอ โดยกระบวนการในการกำกับดูแลในส่วนนี้จำเป็นต้องใช้ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย

           คุณสมบัติที่จำเป็น
           a เงินสำรองตามกฎหมายมีขึ้นเพื่อกำหนดระดับเงินสำรองทางเทคนิคและเงินสำรองสำหรับหนี้สินและภาระผูกพันอื่นให้มีความพอเพียง ตามหลักการทางบัญชีและคณิตศาสตร์ประกันภัย
           b หน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นผู้กำหนด หรือให้ความเห็นชอบต่อมาตรฐานในการดำรงเงินสำรองทางเทคนิค และเงินสำรองสำหรับหนี้สินและภาระผูกพันอื่น
           c ในการกำหนดมาตรฐาน หน่วยงานที่กำกับดูแลควรพิจารณา
           - ประเภทของหนี้สินและภาระผูกพัน
           - กระบวนการและระบบการควบคุมภายในที่ทำให้ได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้
           - วิธีการและสมมติฐานในการประเมินเงินสำรองทางเทคนิค ตามพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ ตรงตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส และมีความรอบคอบเหมาะสม เพื่อให้เพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งที่คาดการณ์ไว้และที่มิได้คาดการณ์ (all expected and some unexpected claims and expenses)
           d หน่วยงานที่กำกับดูแลควรทบทวนความพอเพียงของเงินสำรองทางเทคนิค โดยการตรวจสอบ (off-site monitoring) และการเข้าตรวจสอบ ณ สถานที่ทำการ (on-site inspection)
           e หน่วยงานที่กำกับดูแลควรกำหนดให้มีการเพิ่มเงินสำรองทางเทคนิค หากเห็นว่ายังไม่พอเพียง
           f หน่วยงานที่กำกับดูแลควรให้มาตรฐานมีการกำหนดถึง
           -ระดับในการประเมินส่วนที่สามารถเรียกคืนได้จากการทำประกันภัยต่อ (amounts recoverable under reinsurance arrangements) กับบริษัทประกันภัยต่อแต่ละราย โดยพิจารณาในแง่ความมั่นคง ซึ่งรวมถึงผลในการเรียกค่าเสียหาย (ultimate collectability) และผลในการโอนความเสี่ยงภัย (real transfer of risk)
           - หลักการทางบัญชีในการลงบันทึกรายการที่สามารถเรียกคืนได้จากการทำประกันภัยต่อ
           - การมีส่วนหักลดจากเงินสำรองทางเทคนิคสำหรับการเอาประกันภัยต่อ (the credit for technical provisions for amounts recoverable under reinsurance arrangements) โดยมีการเปิดเผยส่วนที่สามารถเรียกคืนได้จากการทำประกันภัยต่อทั้งจำนวนรวมและสุทธิ (gross and net figures) ในงบการเงินของบริษัทประกันภัย

 
 
 
 
 
 
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2554 สมาคมประกันวินาศภัย คุณเข้าชมเป็นลำดับที่ :