หมวด 5 Prudential requirements  
ชื่อ ICP : ICP 19
เนื้อหา :

การรับประกันภัย
Insurance activity

เนื่องจากธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันความเสี่ยงภัย ดังนั้นหน่วยงานที่กำกับดูแลต้องกำหนดให้บริษัทประกันภัยประเมินและจัดการความเสี่ยงที่ได้รับประกันไว้ โดยเฉพาะจากการประกันภัยต่อ และนอกจากนั้นยังต้องมีเครื่องมือในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยในระดับที่เหมาะสม

คำอธิบาย
          19.1 บริษัทประกันภัยรับและจัดการกับความเสี่ยง โดยใช้วิธีการต่างๆ ซึ่งรวมถึง การรวมภัย (pooling) และการกระจายความเสี่ยง (diversification) โดยทุกบริษัทควรต้องมีนโยบายการรับประกันภัยที่ไดรับอนุมัติและให้การดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท
          19.2 บริษัทประกันภัยใช้วิธีการทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย สถิติ และการเงิน ในการประเมินหนี้สินและภาระผูกพัน และในการกำหนดระดับอัตราเบี้ยประกันภัย หากได้รับผลต่ำกว่าความเป็นจริงมาก จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทอย่างรุนแรง โดยหากเบี้ยประกันภัยไม่พอเพียงต่อต้นทุนและความเสี่ยง บริษัทประกันภัยอาจต้องประกอบธุรกิจโดยไม่มีกำไร และมีหนี้สินและภาระผูกพันที่อาจได้รับการประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นการปกปิดฐานะที่แท้จริงของบริษัทประกันภัย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีการกำหนดราคาและเงินสำรองอย่างเหมาะสม
          19.3 บริษัทประกันภัยใช้วิธีการหลายประเภทในการบรรเทาและกระจายความเสี่ยงที่รับมา ซึ่งวิธีการที่สำคัญที่สุดในการโอนความเสี่ยงคือการประกันภัยต่อ บริษัทประกันภัยควรมีกลยุทธ์สำหรับการประกันภัยต่อ (reinsurance strategy) ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีความเหมาะสมกับความเสี่ยงและระดับเงินทุนของบริษัท ซึ่งกลยุทธ์สำหรับการประกันภัยต่อนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การรับประกันภัย (overall underwriting strategy) ของบริษัทประกันภัย

           คุณสมบัติที่จำเป็น
           a หน่วยงานที่กำกับดูแลควรกำหนดให้บริษัทประกันภัยมีนโยบายในการรับประกันภัยและการกำหนดราคาที่ได้รับการอนุมัติและได้รับการทบทวนเป็นประจำจากคณะกรรมการบริษัท
          b หน่วยงานที่กำกับดูแลควรตรวจสอบให้บริษัทประกันภัยทำการประเมินความเสี่ยงที่บริษัทได้รับประกัน และให้บริษัทกำหนดและรักษาอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมพอเพียง ซึ่งส่งผลให้บริษัทประกันภัยควรต้องมีระบบการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรได้รับการดูแลจากฝ่ายบริหารบนพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (on-going basis)
          c หน่วยงานที่กำกับดูแลควรสามารถทบทวนวิธีการที่บริษัทประกันภัยใช้ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย เพื่อพิจารณาว่าอัตราเบี้ยประกันภัยได้มีการกำหนดภายใต้สมมติฐานที่สมเหตุสมผล ที่บริษัทจะสามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันได้
          d หน่วยงานที่กำกับดูแลควรกำหนดให้บริษัทประกันภัยมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบรรเทาและกระจายความเสี่ยงโดยการกำหนดระดับความเสี่ยงที่สามารถรับประกันภัยไว้ได้เอง (risk retained) และที่จะต้องทำประกันภัยต่อ หรือใช้วิธีการโอนความเสี่ยงประเภทอื่นที่เป็นไปตามฐานะเงินทุนของบริษัท ซึ่งกลยุทธ์นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการรับประกันภัยของบริษัทประกันภัย และจะต้องได้รับการอนุมัติและได้รับการดูแลและทบทวนเป็นประจำจากคณะกรรมการบริษัท
          e หน่วยงานที่กำกับดูแลควรทบทวนการทำประกันภัยต่อ (reinsurance arrangements) เพื่อตรวจสอบถึงความพอเพียง และดูแลให้ค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยที่เรียกร้องต่อบริษัทประกันภัยต่อสามารถเรียกคืนได้ ซึ่งรวมถึงการที่
          - การทำประกันภัยต่อนั้น ให้ความครอบคลุมที่เหมาะสมกับระดับเงินทุนของบริษัทประกันภัย (โดยพิจารณาจากการโอนความเสี่ยงที่แท้จริง/ real transfer of risk) และความเสี่ยงที่รับประกัน
          - ความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยต่อมีความมั่นคง (secure) ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น การกำกับดูแลบริษัทประกันภัยต่อโดยตรง (direct supervision of reinsurers) หรือการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน (including trusts, letters of credit or funds withheld)
          f หน่วยงานที่กำกับดูแลควรตรวจสอบเครื่องมือในการโอนความเสี่ยงให้มีความเหมาะสมเพื่อที่จะสะท้อนภาพที่แท้จริงและเป็นธรรมของความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย